PT911 แตกต่างจาก K7 อย่างไร?

PT911 vs K7

เมื่อพูดถึงต้นกระดาษ สายพันธุ์ที่มีและที่นิยมปลูกกันมากก็คงจะเป็น K7 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน แต่ ณ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่านั้น คือ PT911 และมีการอธิบายถึงสายพันธุ์ตัวนี้ไปก่อนหน้านี้บ้างแล้วนั้น เรามาดูกันครับว่า 2 สายพันธุ์นี้ แต่ละตัวมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? มีดียังไง? พื้นที่แบบไหนเหมาะกับพันธุ์อะไร?

ต้นกระดาษสายพันธุ์ PT911

สายพันธุ์ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์ PT911

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

ระยะต้นกล้า
ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน

พื้นที่ปลูก

– เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
– พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
– พื้นที่ดินนาที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
– พื้นที่ดินดาน เสี่ยงต่อการขาดน้ำ หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของความอ่อนแอต่อโรคใบติด
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบปื้นเหลือง โรคราสนิม และใบจุดบริเวณทรงพุ่มใบด้านล่าง ไม่รุนแรง

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 18-20 ตัน/ไร่

สายพันธุ์ K7

คุณลักษณะประจำพันธุ์ K7

ระยะต้นกล้า
ลำต้นแข็ง ตั้งตรง เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ข้อห่าง ใบใหญ่รูปหอกใบกว้าง ปลายใบเป็นติ่งแหลม ใบสีเขียวถึงเข้ม ขอบใบเป็นคลื่นยอดสีแดงอมชมพู และมีความนวลเล็กน้อย

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นมีร่องกิ่งชัดเจน เปลาตรงดี ผิวเปลือกเรียบ สีนวลเทา ทรงพุ่มแผ่กว่าง มีกิ่งขนาดปานกลางถึงใหญ่ ลักษณะใบใหญ่สีเขียมเข้ม ขอบใบเป็นคลื่น เรียงตัวแบบสลับ

ต้นกระดาษสายพันธุ์ K7

พื้นที่ปลูก

สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบและที่ราบต่ำ ที่มีความชื้นในดินและความชื้นในอากาศปานกลาง เนื้อดินเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย อุ้มน้ำดี หรือดินร่วนปนลูกรัง

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของโรคทางใบเล็กน้อย ได้แก่ ใบจุดเหลี่ยม โรคใบจุดเหลืองดำ
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบเหลืองดำ และใบไหม้วงแหวนเล็กน้อยในช่วงฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 13-15 ตัน/ไร่

เลือกลักษณะสายพันธุ์ให้ตรงกับพื้นที่ปลูก และศึกษาการปลูกและดูแลให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างที่ต้องการกันนะครับผม

ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 085 835 3212

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

เริ่มต้นปลูกในปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร จากนั้นเมื่อถึงรอบตัดฟัน ให้ตัดฟันและไว้หน่อตอสองในปีที่ 5-8 และเมื่อถึงปีที่ 9 หลังจากตัดฟันไปแล้วให้แทรกปลูกระหว่างแถวเดิม ทั้งสองแนว (ปลูกสับหว่าง) จะได้ระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 1.5×3 เมตร เท่าเดิม จากนั้นในปีที่ 13 สามารถตัดฟัน และไว้หน่อต่อไปได้อีก และเมื่อถึงปีที่ 17 ก็สามารถปลูกสับหว่างได้อีกครั้ง จนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

เริ่มปลูกปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร จากนั้นตัดฟันและไว้หน่อสลับแถวในปีที่ 5 เพื่อให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร (ปรับระยะ) เมื่อถึงปีที่ 9 สามารถตัดฟันตอสอง และปลูกเสริมระหว่างแถวตามแนวตอเดิม จากนั้นในปีที่ 13 หลังจากตัดฟันแล้วสามารถไว้ตอสองต่อได้ จนกระทั่งถึงปีที่ 17 จึงปลูกสับหว่างเพิ่มระหว่างแถวจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตร และเว้นระยะ 4.5 เมตร ทุกๆ 2 แถว เพื่อเว้นที่ไว้ปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นตัดฟัน และไว้หน่อตอที่สองในปีที่ 5-8 และปลูกมันสำปะหลังระหว่างแถวได้เหมือนเดิม และเมื่อถึงรอบตัดฟันถัดไปในปีที่ 9 ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และปลูกเสริมต้นกระดาษแทนที่เดิมของมันสำปะหลัง จากนั้นปีที่ 13 เมื่อตัดฟันต้นกระดาษแล้วให้ไว้ตอสองต่อ และรื้อตอเก่าที่ทิ้งไว้เดิมออก เพื่อเปลี่ยนแนวมันสำปะหลัง และเมื่อถึงรอบตัดฟันในปีที่ 17 เมื่อตัดต้นกระดาษเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และลงต้นกระดาษแทนที่แนวมันสำปะหลังเดิม ไปจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร