วนเกษตร แก้ปัญหาซ้ำซากของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว

วนเกษตร แก้ปัญหาซ้ำซากของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว

การปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้ดินขาดแร่ธาตุชนิดเดียวกันซ้ำๆ มากเกินไป จนเป็นเหตุทำให้ดินเสื่อมโทรม การปลูกพืชแบบ วนเกษตร จะมีความหลากหลายของพืชในบริเวณพื้นที่ปลูก เกิดการหมุนเวียนแร่ธาตุ เกื้อกูลกัน ช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นที่นั้นๆ

ข้อดี ของการปลูกพืชแบบวนเกษตร

  • ลดความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีความแปรปรวนในแต่ละปี
  • ลดความเสี่ยงจากความผันแปรของราคาผลผลิต
  • ลดการระบาดของโรค และแมลง พืชบางชนิดเป็นอาหารและที่อยู่อาศัยให้กับแมลงศัตรูธรรมชาติ จึงช่วยลดไม่ให้เกิดการระบาดกับพืชชนิดอื่น
  • ช่วยกระจายการใช้แรงงาน กระจายแรงงานไปตามกิจกรรมต่าง ๆ ของพืชแต่ละชนิดตลอดปี
  • ผลผลิตหลากหลาย สร้างยา สร้างอาหาร และไม้ใช้สอยในครัวเรือน เหลือแบ่งขายเป็นรายได้ เพิ่มรายได้ และกระจายรายได้ตลอดปี

ปลูกแบบไหนได้บ้าง?

แบบบ้านสวน

วนเกษตร แบบบ้านสวน

“แบบบ้านสวน” เป็นการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล และพืชผักสวนครัว สมุนไพรในบริเวณสวนเดียวกัน โดยปลูกเป็นลำดับชั้น ตั้งแต่พืชที่มีหัวฝังดิน ไม้เลื้อย ไม้พันธุ์เตี้ย ไม้ระดับกลาง ไปจนถึงไม้ทรงสูง

แบบมีต้นไม้ แทรกตามไร่นา

วนเกษตร แบบมีต้นไม้แทรกตามไร่นา

“แบบที่มีต้นไม้แทรกตามไร่นา” เป็นการปลูกไม้ยืนต้นเสริมในแปลงไม้ผล ที่มีพื้นที่สูงต่ำ ไม่สม่ำเสมอ โดยปลูกแทรกบนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกไม้ผล เช่น ที่ดอน หรือที่ลุ่มน้ำขัง

แบบมีต้นไม้ ล้อม ไร่นา

วนเกษตร แบบมีต้นไม้ล้อมไร่นา

“วนเกษตรที่มีต้นไม้ล้อมไร่นา” เป็นการปลูกไม้ยืนต้นล้อมพื้นที่ปลูกไร่นาพืชผล เพื่อช่วยบังลม และลดความเสียหายจากลมพายุต่อพืชผล ในพื้นที่ที่มีพายุลมแรงสม่ำเสมอ

แบบมีแถบต้นไม้ และพืชผล สลับกัน

“แบบที่มีแถบต้นไม้และพืชผลสลับกัน” เป็นการปลูกไม้ยืนต้น 2-3 แถว สลับกับพืชผลเป็นช่วงๆ เหมาะกับพื้นที่ที่มีความลาดชัน น้ำไหลเซาะหน้าดิน โดยปลูกขวางความลาดชัน เพื่อช่วยรักษาหน้าดิน

แบบใช้พื้นที่หมุนเวียน ปลูกไม้ยืนต้น พืชผล และเลี้ยงสัตว์

“แบบใช้พื้นที่หมุนเวียน ปลูกไม้ยืนต้น พืชผล และเลี้ยงสัตว์” เป็นการปลูกไม้ยืนต้น ร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชผลแบบหมุนเวียน เพื่อฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์

เลือกปลูกพืชตามสภาพพื้นที่ ในแต่ละท้องถิ่น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดความเสียหายต่อพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

เริ่มต้นปลูกในปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร จากนั้นเมื่อถึงรอบตัดฟัน ให้ตัดฟันและไว้หน่อตอสองในปีที่ 5-8 และเมื่อถึงปีที่ 9 หลังจากตัดฟันไปแล้วให้แทรกปลูกระหว่างแถวเดิม ทั้งสองแนว (ปลูกสับหว่าง) จะได้ระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 1.5×3 เมตร เท่าเดิม จากนั้นในปีที่ 13 สามารถตัดฟัน และไว้หน่อต่อไปได้อีก และเมื่อถึงปีที่ 17 ก็สามารถปลูกสับหว่างได้อีกครั้ง จนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

เริ่มปลูกปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร จากนั้นตัดฟันและไว้หน่อสลับแถวในปีที่ 5 เพื่อให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร (ปรับระยะ) เมื่อถึงปีที่ 9 สามารถตัดฟันตอสอง และปลูกเสริมระหว่างแถวตามแนวตอเดิม จากนั้นในปีที่ 13 หลังจากตัดฟันแล้วสามารถไว้ตอสองต่อได้ จนกระทั่งถึงปีที่ 17 จึงปลูกสับหว่างเพิ่มระหว่างแถวจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตร และเว้นระยะ 4.5 เมตร ทุกๆ 2 แถว เพื่อเว้นที่ไว้ปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นตัดฟัน และไว้หน่อตอที่สองในปีที่ 5-8 และปลูกมันสำปะหลังระหว่างแถวได้เหมือนเดิม และเมื่อถึงรอบตัดฟันถัดไปในปีที่ 9 ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และปลูกเสริมต้นกระดาษแทนที่เดิมของมันสำปะหลัง จากนั้นปีที่ 13 เมื่อตัดฟันต้นกระดาษแล้วให้ไว้ตอสองต่อ และรื้อตอเก่าที่ทิ้งไว้เดิมออก เพื่อเปลี่ยนแนวมันสำปะหลัง และเมื่อถึงรอบตัดฟันในปีที่ 17 เมื่อตัดต้นกระดาษเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และลงต้นกระดาษแทนที่แนวมันสำปะหลังเดิม ไปจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร