ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร รวมคำตอบมาให้แล้ว

รวมคำตอบ ปลูกต้นกระดาษ

อะไรที่ทำให้คนอยากปลูกต้นกระดาษ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร ปลูกต้นกระดาษดีไหม? การปลูกต้นกระดาษ เป็นการลงทุนปลูกครั้งเดียว แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาว การปลูก 1ครั้ง จะสามารถ ไว้ได้ 2 รอบตัดฟัน (6-10 ปี) เมื่อตัดเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบแรก ต้นกระดาษจะแตกหน่อขึ้นมาใหม่ และยังให้ผลผลิตดีในรอบถัดไป ด้วยความคุ้มค่านี้ ทำให้ต้นกระดาษเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาด้านการปลูกพืชอื่นแล้วได้ผลผลิตต่ำ

ปลูก ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร ให้เป็นการเริ่มต้นที่ดี

อยากเริ่มต้นปลูกให้ดี มี 3 เรื่องหลัก ที่ต้องจัดการกับพื้นที่ คือ

วางระยะปลูก

  • การวางระยะปลูก เพื่อให้เข้าจัดการแปลงได้ง่าย แต่ยังคงให้จำนวนต้นต่อไร่สูงพร้อมกับระยะที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตที่ดีของต้นกระดาษ ข้อแนะนำคือ ระยะ 1.5×3 เมตร และวางแนวปลูก โดยวางร่อง 3 เมตร ในแนว ทิศตะวันออก-ตะวันตก จะทำให้ต้นกระดาษได้รับแสงอย่างทั่วถึงตลอดทั้งวัน

วางแผนรับมือกับฝนทิ้งช่วง

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร
  • วางแผนรับมือกับฝนทิ้งช่วง หากเป็นพื้นที่แล้งน้ำน้อย สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการจัดเก็บน้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อให้เพียงพอในหน้าแล้ง การวางร่องน้ำเป็นระยะๆ สำหรับพื้นที่มีน้ำน้อย ก็ถือเป็นการวางแผนที่ดีเพื่อรับมือกับปัญหาฝนทิ้งช่วง

วางแผนรับมือกับไฟ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร
  • วางแผนรับมือกับไฟ เหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นเหตุการณ์ที่คาดถึงได้ยาก ควรมีการวางแนวกันไฟที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว

ปลูกต้นกระดาษ ดูแลยากไหม

รดน้ำในช่วงแรก เมื่อตั้งตัวได้ปล่อยโตตามธรรมชาติ

เมื่อเริ่มปลูกรดอย่างน้อย 20 ลิตร/ต้น แต่หากปลูกไปแล้วระยะหนึ่ง ให้ดูสภาพต้นไม้ และเช็คสภาพดิน ใช้การสัมผัส ถ้าดินกำแล้วร่วนไม่ติดเป็นก้อน ควรทำการรดน้ำเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตแลตั้งตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็รดให้ดินมีความชื้น และนำดินแห้งกลบตามเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ

ความถี่ในการรด

ขึ้นอยู่กับชนิดดิน และอุณหภูมิ ดินเหนียวอาจจะเว้นระยะห่างได้มากกว่า ดินร่วนปนทราย แต่ดินทรายต้องรดค่อนข้างถี่เช่น 3 วัน รดครั้ง ครั้งละประมาณ 10-15 ลิตร จนกว่าต้นไม้จะแตกยอดใหม่

การใส่ปุ๋ย

ให้ต้นกระดาษโตเท่ากัน หรือไล่เลี่ยกันทั้งแปลง มีประโยชน์ในแง่ของการจัดการแปลงที่ง่ายขึ้น เทคนิคการใส่ปุ๋ยต้นกระดาษ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร

ไม้โตแค่ไหน ถึงจะขายได้

โดยปกติแล้วต้นกระดาษที่มีขนาดเหมาะสม และพร้อมตัดฟัน จะมีอายุตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป แต่หากตรวจวัดแล้วพบว่ามีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถพิจารณาตัดขายได้ วิธีวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ตามมาตรฐาน เพื่อประเมินผลผลิต

ตอ 2 ดูแลยังไง

ในระยะแรกเมื่อหน่อยังเล็ก ให้ดายวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แสงอย่างเพียงพอ และเมื่อต้นสูงพ้นวัชพืชแล้ว ให้ดายวัชพืชรอบโคนต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกแย่งธาตุอาหารในดิน เลือกไว้ตอ 2 อย่างไร

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร

ตามไปดูคาวบอยต้นกระดาษ อธิบาย การไว้และดูแลต้นกระดาษตอ 2 อย่างถูกวิธี ได้ที่นี่

PT911 แตกต่างจาก K7 อย่างไร?

PT911 vs K7

เมื่อพูดถึงต้นกระดาษ สายพันธุ์ที่มีและที่นิยมปลูกกันมากก็คงจะเป็น K7 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน แต่ ณ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่านั้น คือ PT911 และมีการอธิบายถึงสายพันธุ์ตัวนี้ไปก่อนหน้านี้บ้างแล้วนั้น เรามาดูกันครับว่า 2 สายพันธุ์นี้ แต่ละตัวมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? มีดียังไง? พื้นที่แบบไหนเหมาะกับพันธุ์อะไร?

ต้นกระดาษสายพันธุ์ PT911

สายพันธุ์ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์ PT911

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

ระยะต้นกล้า
ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน

พื้นที่ปลูก

– เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
– พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
– พื้นที่ดินนาที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
– พื้นที่ดินดาน เสี่ยงต่อการขาดน้ำ หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของความอ่อนแอต่อโรคใบติด
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบปื้นเหลือง โรคราสนิม และใบจุดบริเวณทรงพุ่มใบด้านล่าง ไม่รุนแรง

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 18-20 ตัน/ไร่

สายพันธุ์ K7

คุณลักษณะประจำพันธุ์ K7

ระยะต้นกล้า
ลำต้นแข็ง ตั้งตรง เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ข้อห่าง ใบใหญ่รูปหอกใบกว้าง ปลายใบเป็นติ่งแหลม ใบสีเขียวถึงเข้ม ขอบใบเป็นคลื่นยอดสีแดงอมชมพู และมีความนวลเล็กน้อย

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นมีร่องกิ่งชัดเจน เปลาตรงดี ผิวเปลือกเรียบ สีนวลเทา ทรงพุ่มแผ่กว่าง มีกิ่งขนาดปานกลางถึงใหญ่ ลักษณะใบใหญ่สีเขียมเข้ม ขอบใบเป็นคลื่น เรียงตัวแบบสลับ

ต้นกระดาษสายพันธุ์ K7

พื้นที่ปลูก

สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบและที่ราบต่ำ ที่มีความชื้นในดินและความชื้นในอากาศปานกลาง เนื้อดินเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย อุ้มน้ำดี หรือดินร่วนปนลูกรัง

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของโรคทางใบเล็กน้อย ได้แก่ ใบจุดเหลี่ยม โรคใบจุดเหลืองดำ
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบเหลืองดำ และใบไหม้วงแหวนเล็กน้อยในช่วงฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 13-15 ตัน/ไร่

เลือกลักษณะสายพันธุ์ให้ตรงกับพื้นที่ปลูก และศึกษาการปลูกและดูแลให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างที่ต้องการกันนะครับผม

ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 085 835 3212

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ เนื้อไม้มาก น้ำหนักดี

PT911 ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่

หากเมื่อพูดถึงต้นกระดาษ ต้นกระดาษมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถปลูกแล้วสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย สายพันธุ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นพันธุ์ K7, K62 และ K58 ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้มีต้นกระดาษเพิ่มขึ้นอีก 1 สายพันธุ์ ที่ได้มีการพัฒนาเพื่อเกษตรกรไทย สายพันธุ์นี้มีดียังไง? เราไปทำความรู้จักกันเลยครับ

PT911 ต้นกระดาษสายพันธั์ใหม่

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์

  • ลักษณะกล้า ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ค่อนข้างเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น
  • เมื่อเป็นไม้ใหญ่ ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

พื้นที่ปลูก

  • เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
  • พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม

  • พื้นที่ที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
  • พื้นที่ดินดาน หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ เสี่ยงต่อการขาดน้ำ

ก่อนลงมือปลูกต้นกระดาษหรือไม้สายพันธุ์ใดๆ ก็ตาม ควรศึกษาเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในต้นทุนที่ต่ำ และควรวางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้า 3-4 เดือน เพื่อให้สามารถเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับที่ดินได้

ต้นกระดาษ เบอร์โทร 085 835 3212

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

เริ่มต้นปลูกในปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร จากนั้นเมื่อถึงรอบตัดฟัน ให้ตัดฟันและไว้หน่อตอสองในปีที่ 5-8 และเมื่อถึงปีที่ 9 หลังจากตัดฟันไปแล้วให้แทรกปลูกระหว่างแถวเดิม ทั้งสองแนว (ปลูกสับหว่าง) จะได้ระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 1.5×3 เมตร เท่าเดิม จากนั้นในปีที่ 13 สามารถตัดฟัน และไว้หน่อต่อไปได้อีก และเมื่อถึงปีที่ 17 ก็สามารถปลูกสับหว่างได้อีกครั้ง จนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

เริ่มปลูกปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร จากนั้นตัดฟันและไว้หน่อสลับแถวในปีที่ 5 เพื่อให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร (ปรับระยะ) เมื่อถึงปีที่ 9 สามารถตัดฟันตอสอง และปลูกเสริมระหว่างแถวตามแนวตอเดิม จากนั้นในปีที่ 13 หลังจากตัดฟันแล้วสามารถไว้ตอสองต่อได้ จนกระทั่งถึงปีที่ 17 จึงปลูกสับหว่างเพิ่มระหว่างแถวจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตร และเว้นระยะ 4.5 เมตร ทุกๆ 2 แถว เพื่อเว้นที่ไว้ปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นตัดฟัน และไว้หน่อตอที่สองในปีที่ 5-8 และปลูกมันสำปะหลังระหว่างแถวได้เหมือนเดิม และเมื่อถึงรอบตัดฟันถัดไปในปีที่ 9 ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และปลูกเสริมต้นกระดาษแทนที่เดิมของมันสำปะหลัง จากนั้นปีที่ 13 เมื่อตัดฟันต้นกระดาษแล้วให้ไว้ตอสองต่อ และรื้อตอเก่าที่ทิ้งไว้เดิมออก เพื่อเปลี่ยนแนวมันสำปะหลัง และเมื่อถึงรอบตัดฟันในปีที่ 17 เมื่อตัดต้นกระดาษเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และลงต้นกระดาษแทนที่แนวมันสำปะหลังเดิม ไปจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

เปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาปลูกต้นกระดาษ ต้องทำอะไรบ้าง?

เปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาปลูกต้นกระดาษ

พื้นที่ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ด้วยสาเหตุต่างๆ ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป ถือเป็นที่รกร้าง ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ เรามาเริ่มต้นทำอะไรกับมันสักหน่อย แล้วปล่อยให้มันสร้างรายได้ ดีไหมครับ

ฟื้นฟูพื้นที่

การฟื้นฟูดินเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกพืช ดินมี 4 องค์ประกอบ คือ เม็ดดิน น้ำ อากาศ และอินทรีย์วัตถุ ดินที่ดีนั้นควรมีความพรุน และมีช่องว่างให้น้ำและอากาศแทรกตัวอย่างพอเหมาะ มีความเป็นกรดเป็นด่างที่พอดี

ปรับปรุงดิน ด้วยราคาประหยัด

ปรับปรุงดินราคาประหยัด ด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น เปลือกถั่ว ฟางข้าว ใบไม้แห้ง ปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ อย่างปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด คือตัวเลือกชั้นดีที่หาได้ง่าย และราคาไม่แพง เพื่อช่วยเพิ่มช่องว่างในดินจะทำให้ดินโปร่งและร่วนซุยขึ้น ในบริเวณที่จะทำแปลงต้นไม้ หรือหลุมปลูกไม้ยืนต้น

เลือกต้นกล้าให้ถูกช่วง

สิ่งสำคัญต้องคำนึงถึงต้นทุนและมีการวางแผนปลูกในส่วนของราคาต้นกล้า ซึ่งจะมีราคาสำหรับหน้าแล้งและหน้าฝน โดยราคาต้นกระดาษหน้าแล้งจะราคาถูกกว่าช่วงหน้าฝน จึงควรวางแผนการจองต้นกล้าล่วงหน้าไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดต้นทุนกล้า (โดยต้นกระดาษ 1 ไร่ สามารถปลูกได้ประมาณ 350 ต้น ขึ้นกับระยะปลูก)

จัดการแปลงให้อยู่หมัด

การปลูก

  1. ในกรณีที่มีแรงงานอยู่แล้วหรือจะปลูกเอง ก็ไม่ต้องใช้ทุนอะไร
  2. ในกรณีที่ไม่มีแรงงานปลูก ค่าปลูก,ค่าวางแนว,ค่าขุดหลุม และค่ารดน้ำ สามารถจ้างผู้รับเหมาปลูกในราคาประมาณ 1000 บาท/ไร่ หรือหากจะจ้างผรม.ปลูกทำบางกิจกรรม แล้วทำเองบางกิจกรรมก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการปลูกลงได้

การดูแล

  1. เช่นเดียวกันกับการปลูกในกรณีที่มีแรงงานอยู่แล้วหรือจะดูแลเอง ก็ไม่ต้องใช้ทุนอะไร
  2. แต่ถ้าหากไม่มีคนดูแลต้นกระดาษ การจ้างผรม.ที่มีประสบการณ์ ให้เข้ามาจัดการดูแลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น ในส่วนของค่าทำแนวกันไฟ,ค่าปุ๋ยขี้ไก่,ค่าแรงใส่ปุ๋ยขี้ไก่,ถากหญ้าตลอดแนว,ค่าไถร่องกำจัดวัชพืช,ค่าไถแนวกันไฟ 1 รอย,ค่ายาและค่าแรงฉีดยา,ค่าริดกิ่งเพื่อฉีดยา,ค่าตัดเถาวัลย์,ค่าแต่งหน่อ,ค้ำไม้ล้ม และค่าบริหารจัดการ ในราคาประมาณ 2700 บาท/ไร่ หรือหากพิจารณาแล้วในบางกิจกรรมจะจ้างผรม. บางกิจกรรมจะดูแลทำเองก็ได้ ก็จะช่วยลดต้นทุนในการดูแลลงได้อีก

จัดการพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเพียงแค่เริ่มต้น เมื่อลงมือแล้ว ที่เหลือ ปล่อยให้มันดำเนินไป รออีกทีไม้โตพร้อมตัดฟันได้เลยครับ

ต้นกระดาษ ตอ2: เลือกไว้ตออย่างไร ให้โดนใจเกษตรกร

วิธีเลือกและดูแลต้นกระดาษ ตอ2

ต้นกระดาษเมื่อตัดฟันรอบแรกไปแล้ว จะสามารถไว้หน่อในรอบถัดๆ ไปได้อีก เพื่อให้เราได้ผลผลิตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยๆ 9 ปี ทีนี้เรามาดูกันครับว่า ทำอย่างไร เราถึงจะได้ผลผลิตอย่างคุ้มค่า ผมมีวิธีมาฝากครับ

โดยปกติแล้ว ต้นกระดาษมักจะถูกตัดฟันเมื่อมีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เมื่อเราตัดฟันไปแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ หน่อจะเริ่มแตกออกมา ตอหนึ่งๆ ก็จะมีหน่อแย่งกันขึ้นมาอยู่หลายหน่อ คราวนี้ เราจะทำอย่างไรต่อ กับหน่อที่แตกขึ้นมาเหล่านี้

ต้นกระดาษตอ 2

หากสังเกตุดีดีแล้ว เราจะพบว่า แต่ละหน่อจะแตกออกมาในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะพบอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ บริเวณใกล้ๆ รอยตัด และบริเวณโคนต้น

เราเรียกหน่อที่แตกอยู่ตรงบริเวณรอยตัดว่า “หน่อผิว” และหน่อที่แตกอยู่ตรงบริเวณโคนต้นว่า “หน่อโคน”

วิธีการเลือกหน่อ

  1. หากมีหน่อผิว แนะนำให้เลือกไว้หน่อผิว
  2. หากมีหน่อผิวน้อย ก็ให้เลือกไว้หน่อผิวเป็นอันดับแรก ที่เหลือจึงเลือกหน่อโคนได้
  3. แต่หากตอนั้นไม่มีหน่อผิวเลย ก็ให้ไว้หน่อโคนได้เลยครับ
  4. หากเป็นตอที่ไม่ใหญ่มาก แนะนำให้เลือกไว้อย่างต่ำ 2 หน่อนะครับผม

การดูแลไม้ตอ 2

กำจัดวัชพืช

ในระยะแรกเมื่อหน่อยังเล็ก ให้ดายวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แสงอย่างเพียงพอ และเมื่อต้นสูงพ้นวัชพืชแล้ว ให้ดายวัชพืชรอบโคนต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกแย่งธาตุอาหารในดิน

ทำแนวกันไฟ

เมื่อถึงหน้าแล้ง วัชพืชจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ ดังนั้นการดูแลแปลงให้มีวัชพืชน้อยลง จะช่วยลดการเกิดไฟไหม้ในแปลงได้ โดยแนะนำให้ตัดวัชพืชให้สั้น ในบริเวณพื้นที่ระหว่างต้น ระหว่างแถว หรือทำแนวกันไฟ โดยถากวัชพืชออกให้ลึกถึงชั้นดินแท้

ตัดให้ถูกวิธี เลือกไว้หน่อให้ถูกต้อง และรู้จักวิธีดูแลอย่างเหมาะสม แค่นี้ก็
ช่วยให้เราได้ผลผลิตที่คุ้มค่ามากขึ้นแล้วครับ ลงทุนลงแรง ปลูกทั้งที ก็ต้องให้คุ้มค่าที่สุด จริงไหมครับ 🙂

ต้นโตแค่ไหน ถึงจะขายได้?

รับซื้อไม้ ต้นกระดาษ ยูคาลิปตัส

หลายคนสงสัยว่า เราจะรู้ได้ยังไงว่าต้นกระดาษ ที่เราปลูกไว้ โตพอและพร้อมที่จะตัดขายได้แล้ว ต้องมีอายุเท่าไร ต้องครบตามอายุไหมถึงจะตัดขายได้ หรือหากมีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถตัดขายได้เลย ความสูงต้องประมาณไหน ถึงจะเหมาะสมแก่การขาย

เราปลูก และใช้เวลาในการดูแลมาเป็นปีๆ แน่นอนครับว่า เราย่อมมีคำถาม และความคาดหวังกับผลผลิต หรือรายได้ที่เราควรจะได้รับ ดังนั้นเรามาค่อยๆ ไล่เรียงเพื่อพิจารณากันไปทีละส่วนนะครับ

ปลูก 1 ไร่ จะได้ผลผลิตเท่าไร ?

ปลูกระยะไหนได้บ้าง แต่ละระยะได้ผลผลิตประมาณกี่ต้นต่อไร่ – โดยปกติผู้มีประสบการณ์มักจะแนะนำระยะปลูกที่เหมาะสม ไว้ดังนี้ครับ

ระหว่างต้น x ระหว่างแถว

  • 1.5 x 3 เมตร = 355 ต้น
  • 1.8 x 3 เมตร = 296 ต้น
  • 2 x 3 เมตร = 260 ต้น

ถ้าต้องการปลูกให้เต็มผืน เพื่อง่ายต่อการจัดการดูแลที่เหมาะสม ควรจะปลูกที่ระยะ 1.5 x 3 หรือ 2 x 3 เมตร ข้อดี ของการปลูกระยะ 2 x 3 เมตร คือ ต้นกระดาษเจริญเติบโตได้เต็มที่ และสามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่า

ส่วนข้อดี ของการปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร คือ ได้จำนวนต้นต่อไร่สูง และหากดูแลดี จะมีความเป็นไปได้ ที่จะได้ผลผลิตรวมต่อไร่ที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับระยะอื่นที่มีอายุการปลูกเท่าๆ กัน อย่างไรก็ตามการเว้นระยะปลูก ควรพิจารณาถึงความสะดวกในการนำรถเข้าตัดฟันเมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยวด้วยนะครับ

วิธีวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ตามมาตรฐาน เพื่อประเมินผลผลิต

ต้นกระดาษ อายุเท่าไร ถึงจะตัดขายได้ ?

โดยปกติแล้วต้นกระดาษที่ปลูกไว้ ไม่ว่าจะบนแปลงหรือ บนคันนา ต้นที่มีขนาดเหมาะสม และพร้อมตัดฟัน จะมีอายุตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป แต่หากตรวจวัดแล้วพบว่ามีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถพิจารณาตัดขายได้เช่นกันครับ

ขนาดเท่าไร ถึงจะตัดขายได้ ?

เมื่อวัดด้วยสายวัดหรือตลับเมตรทาบไว้รอบลำต้นในระดับอก ควรจะมีเส้นรอบวงขนาด 35-40 เซนติเมตร และเพื่อให้ได้น้ำหนักไม้ที่มากขึ้น แนะนำให้มีขนาด 40 เซนติเมตรขึ้นไปครับ

ตัดฟันเมื่อไร ?

ต้นกระดาษ และ ต้นยูคาลิปตัส โดยส่วนใหญ่ มักจะแนะนำให้ตัดฟันในช่วงเริ่มต้นฤดูฝนที่ดินมีความชื้น เพื่อลดความเสียหายจากการโค่นล้มลงบนพื้นแห้งแข็งซึ่งอาจจะมีผลต่อราคาไม้ แต่อย่างไรก็ตามควรตรวจดูสภาพความชื้นและการยุบตัวของดิน เพื่อลดอุปสรรคในกระบวนการตัดฟัน โดยเฉพาะการนำรถเข้า-ออก ภายในแปลง

ตัดฟันแบบไหน ?

การปลูกต้นกระดาษ เป็นการลงทุนปลูกครั้งเดียว แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาว เมื่อตัดเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบแรกไปแล้ว ต้นกระดาษจะแตกหนอขึ้นมาใหม่ ดังนั้นวิธีการตัดฟันที่คำนึงถึงประโยชน์ของการเจริญเติบโตของหน่อในรอบถัดไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย วิธีที่แนะนำ คือ ควรใช้ใบเลื่อยตัดโดยให้ได้หน้าตัดที่มีผิวเรียบสม่ำเสมอ และเฉียงลงเล็กน้อย เพื่อระบายน้ำขังบนตอ จะช่วยลดการเน่าของหน่อใหม่ได้ดี และควรตัดให้สูงจากพื้นประมาณ 5-10 เซนติเมตร

เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวแปลงไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส หรือไม้ยืนต้นทั่วไป ด้วยรถ Harvester เป็นวิธีเก็บเกี่ยวที่ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สำหรับต้นกระดาษการใช้รถ Harvester 1 คัน จะสามารถตัดไม้ได้มากถึง 60 ตันต่อวัน หรือเท่ากับ 5 ไร่ต่อวันนั่นเอง

ข้อดีของการใช้รถ Harvester นอกจากจะลดการใช้แรงงานคนแล้ว การตัดฟันของเครื่องจักรยังทำให้รักษาเนื้อไม้ที่ส่งผลต่อน้ำหนักได้เป็นอย่างดี สามารถตัดตอไม้ได้ชิดพื้น ตอต่ำ ผิวตัดเรียบ ตัดความยาวท่อนได้เท่ากันอย่างเป็นระเบียบ แยกลำต้นและพุ่มใบออกจากกันเป็นหมวดหมู่ ทำให้ง่ายต่อการจัดการลำเลียงท่อนไม้ขึ้นรถ สะดวกในการขนส่งไปยังแหล่งรับซื้อไม้

ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพนี้ จะช่วยให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตั้งแต่โคนยันปลาย

เทคนิค สำคัญแค่ไหน ทำไมเราต้องรู้?

เทคนิค ต่างๆ ที่นิยมหยิบยกขึ้นมาแนะนำกันในหลายๆ เรื่อง มีความสำคัญแค่ไหน สงสัยกันไหมครับว่า ทำไมเราต้องมีเทคนิค?

มาดูกันก่อนเลยครับ คำว่าเทคนิค มันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ

เทคนิคคือ วิธีการในการปฏิบัติเฉพาะเรื่อง ที่เกิดจากความรู้ความชำนาญของผู้ที่ฝึกฝน สั่งสมประสบการณ์  จนทำให้เกิดความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ พอจะเห็นกันหรือยังครับ ว่า เทคนิค จริงๆ แล้วคืออะไร และพอจะเล็งเห็นไหมว่า หากเราไม่มีเทคนิค เราจะต้องไปเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเองเพื่อเรียนรู้สะสมประสบการณ์ มันต้องใช้เวลานาน กว่าจะตกผลึกและได้มันมาด้วยตัวเอง

ดังนั้น การที่เราจะเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่ต้องทำคือ ศึกษา เรียนรู้่ และเก็บเกี่ยวเทคนิคต่างๆ จากผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เราปฏิบัติได้อย่างได้ผล ตามแนวทางที่มีผู้เคยปฏิบัติและได้ผลมาแล้ว มาถ่ายทอดสู่รุ่นถัดๆไป

การทำอาชีพทุกอาชีพ ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยเทคนิค เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่า วันนี้เรามี เทคนิคง่ายๆ ในการเริ่มต้นปลูกต้นกระดาษ มาฝากกันครับ

1. การเว้นระยะปลูก

เทคนิคการเว้นระยะปลูกต้นกระดาษ
ระยะปลูกต้นกระดาษที่แนะนำ

2. วิธีปลูกต้นกระดาษ

เทคนิค การปลูกต้นกระดาษด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ
ปลูกต้นกระดาษด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ

3. วิธีดูแลต้นกระดาษ

เทคนิค การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูฝน
การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูฝน

เทคนิค การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูแล้ง
การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูแล้ง

4 .การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ

เทคนิค การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ ตั้งแต่ช่วงเริ่มปลูก
การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ ตั้งแต่ช่วงเริ่มปลูก

เทคนิค การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

5. เทคนิคการตัดไม้

เทคนิคการตัดไม้ เพื่อให้ได้หน่อที่สมบูรณ์
การตัดไม้ เพื่อให้ได้หน่อที่สมบูรณ์

6. การเลือกไว้หน่อ

เทคนิคการเลือกไว้หน่อ เพื่อให้ได้ต้นตรงสมบูรณ์
การเลือกไว้หน่อ เพื่อให้ได้ต้นตรงสมบูรณ์

7. เทคนิคการขายไม้

  • เทคนิคง่ายๆ ขายไม้ให้ได้ราคาดี – เพิ่มผลกำไร อยากขายไม้ให้ได้ราคาดี ลองทำตามนี้ดูครับ
    1. ไม้ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้วขึ้นไป
    2. ไม้มีความยาวตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    3. หากมีไม้เล็ก จะต้องไม่เกิน 20%
    4. คัดแยกไม้มา ได้เงินเพิ่มครับ** อันนี้แนะนำ
    5. เลือกขายไม้กับบริษัทที่อำนวยความสะดวกในการตัดฟัน ช่วยลดภาระอันยุ่งยาก
    6. ติดต่อขายไม้ผ่านช่องทางออนไลน์สะดวก ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ง่ายๆ 6 ข้อนี้ จะช่วยให้ขายไม้ได้ราคาดี และมีผลกำไรเพิ่มจากเดิมแน่นอนครับ

 

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการ หรือเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการปลูกและดูแลต้นกระดาษตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยชี้แนวทางให้เพื่อนๆ มือใหม่ได้นำไปประยุกต์ใช้กันครับผม