ต้นกระดาษ จุดเด่น ที่ไม่ได้มีแค่ความสวย

ต้นกระดาษ จุดเด่น

ต้นกระดาษ ที่เห็นวางขายทั่วไป มองผ่านโดยรวมแล้วมี จุดเด่น ที่อาจดูสวยงาม เห็นแล้วหยุดคิดสักนิด สวยแล้ว แข็งแรงพอที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งหรือเปล่า

กล้าสวย ไม่ได้แปลว่ากล้ามีคุณภาพ

ลักษณะของกล้าคุณภาพ ดูยังไง

  • ในส่วนของยอดกล้า จับตรงลำต้น จะมีลักษณะแกร่ง แข็ง ไม่อวบ
  • เทียบสัดส่วนของรากและลำต้น ต้องสมดุลกัน รากและลำต้น ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
  • ระบบรากต้องแข็งแรง กระจายทุกทิศทาง ไม่ขดม้วนตัว
ต้นกระดาษ จุดเด่น

ต้นกล้าที่เราเห็นขายกันทั่วไป มีทั้งที่เพาะจากถุงชำ และเพาะด้วยหลอดเพาะ เคยสงสัยไหม ทำไมถึงเลือกใช้ต่างกัน และวัสดุเพาะที่มีหลากหลายในท้องตลาดจริงๆ แล้วควรเลือกใช้แบบไหนกันแน่

วัสดุเพาะ

วัสดุเพาะที่นำมาใช้ในการเพาะ มีหลายชนิด เริ่มจากวัสดุทั่วไปราคาถูก หาง่าย เช่น ดิน ทราย แกลบ มะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว ไปจนถึงวัสดุเฉพาะที่มีราคาสูง เช่น เพอไลท์ เวอร์มิคูไลท์ พีทมอส ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

วัสดุที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นกระดาษ คือ อะไร

จริงๆ แล้วมีหลายชนิด แต่วัสดุที่มีคุณภาพและคุ้มราคา คือขุยมะพร้าวนั่นเอง ข้อดีของขุยมะพร้าว คือ

  • อุ้มน้ำได้ดี
  • มีความพรุน ช่วยในการเจริญเติบโตของราก
  • โครงสร้างมีความคงทน มีรูปร่างตามภาชนะ
  • ย่อยสลายได้ ไม่มีเศษตกค้างในดิน
  • ไม่เป็นพิษกับพืช

ขุยมะพร้าวไม่ได้มีแต่ข้อดี ข้อเสียก็พอมีอยู่บ้างเนื่องจากเป็นเศษวัสดุจากธรรมชาติ ทำให้อาจจะมีมด ปลวก แมลง มากัดกินได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราสามารถวางแผนป้องกันไว้ก่อนได้แน่นอน

นอกจากวัสดุเพาะ ที่เราต้องให้ความสำคัญแล้ว สิ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างราก คือ ภาชนะที่ใช้ในการเพาะ

เพาะลงถุง VS เพาะลงหลอด

ภาชนะที่ใช้ในการเพาะ ไม่เพียงแค่ขนาดที่แตกต่างกัน รูปร่างและลักษณะพิเศษต่างๆ ก็มีผลต่อการเดินของรากที่ต่างกัน

ถุง

ถุงเพาะสีดำ ส่วนใหญ่มีการเจาะช่องเป็นรูกลมๆ ด้านข้างถุง เพิ่มการระบาย แต่ถุงมีส่วนทึบด้านใต้ เมื่อรากเจริญเติบโตไปจนถึงก้นถุง รากจะตันและเดินออกมาไม่ได้ เกิดการขดตัวม้วนอยู่ในถุง

นี่คือข้อเสีย และถือเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้กล้าล้ม เมื่อนำกล้าไปลงดิน

หลอด

หลอดเพาะมีหลายแบบ และแน่นอนว่าแต่ละแบบส่งผลต่อการเจริญของโครงสร้างราก การเลือกหลอดที่มีคุณสมบัติพิเศษ จะทำให้เราได้ต้นกล้าที่มีโครงสร้างรากที่มีคุณภาพ

หลอดลักษณะพิเศษ คือหลอดที่

  • มีมุม
  • มีสัน
  • มีช่องอากาศ

หลอดลักษณะพิเศษ ช่วยรากได้อย่างไร

เมื่อรากเดินมาชนขอบหลอดเจอมุม รากที่มีการเจริญเติบโตตามแรงโน้มถ่วงของโลก ก็จะเดินดิ่งลงข้างล่างเป็นแนวตรง เช่นเดียวกันกับรากที่เดินมาเจอสัน ในระยะที่ต่างกันออกไป

ต้นกระดาษ จุดเด่น
หลอดลักษณะพิเศษ

ช่องอากาศ สำคัญยังไง

เมื่อรากเดินมาถึงช่องอากาศ รากจะหยุดการเจริญเติบโต เพื่อให้พร้อมแตกแขนงรากใหม่ โตได้ต่อเนื่องทันทีเมื่อเจอดิน ทำให้กล้าตั้งตัวได้ไว ไม่ชะงัก และโตอย่างสม่ำเสมอ

หลอดที่มีลักษณะพิเศษนี้ ช่วยให้รากกระจายทุกทิศทาง มีความสมดุลของโครงสร้างรากรอบโคนต้นกล้า รากไม่วน ขดอยู่ในหลอด หมดปัญหากล้าล้มเมื่อลงดิน อย่างสิ้นเชิง

นอกจากความสวยของต้นกล้า ที่เห็นโดดเด่นขึ้นมาจากภาชนะเพาะชำแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่เราจะขยับมองลึกลงไปข้างล่างอีกสักหน่อย ระบบโครงสร้างรากสมดุล แข็งแกร่ง พอที่จะเป็นรากฐานสำคัญ ในการพาต้นกล้าเจริญเติบโตไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ต้นกระดาษ ที่มี จุดเด่น ในด้านคุณสมบัติของรากที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่เริ่มต้นนี้ จะตอบคำถามของทุกท่านได้อย่างชัดเจนว่า ทำแล้วคุ้มค่า ที่สำคัญที่สุดคือ ลงทุนแล้วได้ผลผลิตตามความคาดหวังอย่างน่าพอใจ

ปลายไม้ ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง


ปลายไม้ก็เป็นเชื้อเพลิงได้

การต่อยอดงานพัฒนาเพื่อคัดส่วนประกอบไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด นำเอายอดไม้ ปลายไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส มาใช้เป็นเชื้อเพลิง ไม่ต้องทิ้ง นำไปเป็นไม้เชื้อเพลิงชีวมวล สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบที่หาได้โดยทั่วไป ทั้งเศษไม้ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จึงไม่เป็นภาระต่อเกษตรกรที่ใช้ อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้เป็นชีวมวล จึงไม่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

โดยเก็บรวบรวมเอา ยอดไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส ที่ปกติ เกษตรกรจะทิ้งไว้ในแปลง หรือ เผาทิ้ง หลังจากตัดไม้ตามขนาดไม้ ส่วนที่ขายได้ออกไปแล้ว จะเหลือส่วนยอดจะมีใบเยอะ เกษตรกรจะทิ้งไว้ในแปลง บ้างก็เผาทิ้งบ้างทำให้เกิดควัน สร้างมลพิษในอากาศ เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และเป็นภาระในการกำจัดของเกษตรกรเอง

จึงมีการส่งเสริมพัฒนาให้เกษตรกรเก็บยอดไม้ กิ่งไม้ กลับเอามาขายเพื่อเข้าเครื่องสับที่โรงไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง ส่งเสริม และสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรได้อีกทาง

ประโยชน์ของไม้แบบยั่งยืน

ไม้เชื้อเพลิงชีวมวลนั้นยังนับเป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดหนึ่งด้วยเนื่องจาก เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถหาได้ และเกิดทดแทนขึ้นในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นวัฏจักรไปเรื่อย ๆ

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และป้องกันความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการทำไม้ จะต้องปลูกไม้หลายชนิดที่มีอายุให้ตัดฟันไปขายได้หลายระยะเวลา เพื่อเกษตรกรจะมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลูกทั้งไม้โตเร็ว อายุรอบตัดฟันแค่ 3-4 ปี อย่างไม้ต้นกระดาษ และไม้ยูคาลิปตัส ปลูกในวงรอบนอกของเขตพื้นที่แปลง เพิ่มความสะดวกในการตัดฟันและช่วยป้องกันลมให้กับชนิดไม้อื่นที่โตช้า

เป็นที่มาของคำว่า “ขายได้ตั้งแต่โคนยันปลาย”

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

ไม้เชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าซื้อมาเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยการเอาเข้าเตาเผาสร้างพลังงานความร้อนเข้าไปในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งโรงไฟฟ้าจะเน้นทำการรับซื้อไม้เชื้อเพลิงจากกลุ่มเกษตร หรือผู้ผลิตโดยตรงไม่ผ่านตัวแทนหรือตัวกลาง เพื่อให้เงินค่าเชื้อเพลิงถึงมือเกษตรกรโดยตรง หรือผู้ผลิตขั้นแรกอย่างเต็มที่

แบบจ้างผู้รับเหมา

มีทีมงานเข้าเก็บในแปลงของบริษัทในเครือ โดยจะได้รับข้อมูลแปลงมาประกอบการพิจารณา หลังจากนั้นดำเนินการประเมินหน้างานและจ้างผู้รับเหมาเก็บ

แบบรับซื้อตรงจากลูกค้า

โดยที่ลูกค้าบางรายเป็นเจ้าของสวนแปลงต้นกระดาษ แปลงไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งมีลูกค้าบางรายไม่ได้เป็นเจ้าของสวนแต่มีญาติก็เก็บในแปลงญาติๆ มาขาย
หรือลูกค้าบางรายไปขอซื้อไม้ทิ้งในแปลงจากชาวบ้านอื่นๆ เพราะแปลงตัวเองเก็บหมดแล้ว แปลงญาติเก็บหมดแล้ว (3-4 ปี จึงจะเริ่มตัดใหม่) นำมาขายให้โรงไฟฟ้าหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

การจะปลูกไม้มีค่าให้ได้คุณภาพ ตัดขายได้ราคาดี สิ่งสำคัญที่สุด เกษตรต้องคำนึงถึง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน น้ำ และพันธุ์ไม้ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ในท้องถิ่น สำหรับไม้ที่มีคุณค่า สร้างรายได้ระยะยาวและหมุนเวียนได้ตลอด ตัดฟันมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

7 เรื่องเด็ด รับซื้อไม้

รับซื้อไม้

1. สาขารับซื้อไม้อยู่ที่ไหนบ้าง?

อยู่ในภาคตะวันออก ภาคกลาง/เหนือ ภาคอีสานตอนล่าง/ตอนบน ที่จุดรับซื้อไม้ของบริษัท

2. การวัดขนาดไม้ควรวัดระดับไหน?

วัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ความสูงระดับอก หรือสูงจากพื้น 130 cm วิชาการป่าไม้เรียกระดับที่ DBH ย่อมาจาก Diameter at Breast Height

3. มาตรฐานการรับซื้อไม้ต้นกระดาษ มีอะไรบ้าง?

  • อายุไม้ ตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป (แนะนำให้ขาย อายุ 4-5 ปี จะได้น้ำหนักและราคาดี)
  • เส้นรอบวง ขนาดตั้งแต่ 30 ซ.ม. ขึ้นไป
  • ความสูง ตั้งแต่ 13.5 เมตรขึ้นไป
มาตรฐานการรับซื้อไม้ต้นกระดาษ มีอะไรบ้าง?

4. รับซื้อไม้อะไรบ้าง มีกี่ชนิด?

ไม้ต้นกระดาษ ต้นยูคาลิปตัส รับซื้อตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคือ

  • ไม้รวม 1.5 นิ้วขึ้นไป
  • ไม้คัด 2-4 นิ้ว
  • และไม้คัด 4-8 นิ้ว

แนะนำรอให้ไม้โตอีกหน่อย อายุ 4-5 ปี จะได้น้ำหนักและราคาดี โดยมีรับซื้อแบบ ไม้เหมาแปลง ไม้เชื้อเพลิง (ไม่จำกัดเส้นผ่านศูนย์กลาง) เช่น กระถินยักษ์ กระถินเทพา กระถินณรงค์ สะเดาเทียม สนทะเล สนประดิพัทธ์ มะไฟบ้าน มะปรางบ้าน มะขาม ไม้จามจุรี ไม้ยางพารา รากต้นกระดาษ เป็นต้น

5. รับซื้อราคาเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับ ขนาดไม้ตามมาตรฐานท่อเทียบวัด ณ จุดรับซื้อไม้ ช่วงขนาดไม้เขียวถึงไม้ฟ้า ได้ราคาดี

  • 1.5 นิ้ว (ไม้แดง)
  • 2 นิ้ว (ไม้เขียว)
  • 4 นิ้ว (ไม้ฟ้า)

6. หลักเกณฑ์การพิจารณาก่อนตัดฟัน?

เกษตรกรควรพิจารณา อายุ ความสูง เส้นรอบวงของต้นไม้ ความพร้อมหรือความต้องการใช้เงินรวมทั้งราคารับซื้อและสัญญาข้อตกลง

7. อยากได้ราคาไม้สูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

อยากได้ราคาไม้สูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

เลี้ยงไม้ไว้อายุ 4-5 ปี ต้นจะโตสมบูรณ์ได้เนื้อไม้ดีน้ำหนักดี ราคาก็ดีแน่นอน

ไม้เชื้อเพลิง พลังงานจากพื้นที่เสื่อมโทรม

ไม้เชื้อเพลิง พลังงานจากพื้นที่เสื่อมโทรม

ไม้เชื้อเพลิง เป็นท่อนไม้ที่ถูกนำมาเผาเพื่อให้เกิดพลังงาน นำไปใช้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร้อนเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในอุตสาหกรรม นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทดแทนน้ำมัน

ไม่เพียงแต่ไม้ที่เป็นท่อนลำใหญ่ เช่น ไม้สะเดาเทียม ไม้สนทะเล ไม้มะไฟบ้าน ไม้มะปรางบ้าน ไม้มะขาม ไม้จามจุรี หรือไม้ยางพารา วัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร จำพวก ฟางข้าว ใบอ้อย เหง้ามัน ซังข้าวโพด ปลายไม้ต้นกระดาษ รากต้นยูคาลิปตัส ก็ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานด้วยเช่นกัน

ไม้เชื้อเพลิงที่ดี ควรมีคุณสมบัติที่ให้ค่าความร้อนสูง มีความหนาแน่นไม้สูง ปริมาณขี้เถ้าต่ำ และมีปริมาณลิกนินสูง อาทิเช่น กระถินยักษ์ กระถินเทพา กระถินณรงค์ ไม้ยูคาลิปตัส สนประดิพัทธ์

ไม้เหล่านี้ ถือเป็นไม้โตเร็ว ที่สามารถนำมาพัฒนาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเป็นไม้ที่สามารถปลูกได้บนดินที่เสื่อมโทรม ทนต่อโรคต่อแมลง และให้ผลผลิตสูง ไม้บางชนิดนอกจากโตเร็วแล้วยังสามารถแตกหน่อหลังจากตัดฟัน ให้ผลผลิตได้มากกว่า 1 รอบ

ไม้เชื้อเพลิง พลังงานจากพื้นที่เสื่อมโทรม

พื้นที่เกษตรกรรม ที่ปลูกพืชมาอย่างต่อเนื่อง สูญเสียธาตุอาหารในดิน ส่งผลให้มีผลผลิตลดลง พื้นที่การเกษตรเหล่านี้กลายเป็นที่ดินเสื่อมโทรม ไม่สามารถปลูกพืชบางนิดได้ ในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

การปลูกไม้โตเร็วเหล่านี้ บนพื้นที่ที่มีธาตุอาหารในดินน้อย นอกจากจะได้ผลผลิตเพื่อนำไปสร้างพลังงาน ในระหว่างที่ปลูก ใบที่ร่วงหล่นยังสามารถช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดิน ค่อยๆ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินได้อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากจะลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอย่างมหาศาล การใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสื่อมโทรมเพื่อสร้างพลังงานทดแทน ก็ถือเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพลังงาน และเพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสื่อมโทรมได้อีกทางหนึ่ง

วิธีใส่ปุ๋ยต้นกระดาษให้เห็นผล

วิธีใส่ปุ๋ยต้นกระดาษให้เห็นผล

เพราะว่า 1 ตันที่เพิ่มขึ้น คือเงินที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกร การใส่ปุ๋ยต้นกระดาษอย่างถูกวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

ต้นกระดาษ อายุ 1-3 เดือน

ใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 ในปริมาณ 20-30 กรัม/ต้น – ไม้เล็ก ใส่ตัวหน้าสูง(N) จะทำให้ไม้สูง เจริญเติบโตดี ทรงพุ่มรัดเร็ว

เทคนิค ใส่ปุ๋ยให้ต้นกระดาษโตเท่ากัน หรือไล่เลี่ยกันทั้งแปลง

แนะนำเป็นพิเศษ เกษตรกรสามารถปรับปริมาณการใส่ปุ๋ย ตามขนาดของต้นกระดาษแต่ละต้นได้ โดยต้นกระดาษที่เล็กกว่าต้นอื่นๆ ในแปลง อาจต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากขึ้น และใส่ปริมาณปุ๋ยลดลงสำหรับต้นที่โตกว่าต้นอื่น เพื่อให้ไม้ในแปลงโตสม่ำเสมอเท่าๆ กัน น้ำหนักไม้ดีใกล้เคียงกัน และมีประโยชน์ในแง่ของการจัดการแปลงที่ง่ายขึ้นมากอีกด้วย

ต้นกระดาษ อายุ 1-2 ปี

ใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 หรือ 15-15-15 ก็ได้เช่นกัน – ไม้อายุระหว่าง 1 ถึง 2 ปี สามารถเลือกใส่ปุ๋ยได้ทั้งสองสูตร แต่หากไม้อายุมากกว่า 2 ปี ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในปริมาณ 50 กรัมต่อต้น จะทำให้ไม้ได้น้ำหนักดีขึ้น ผลผลิตต่อไร่สูง

เทคนิค พื้นที่ปลูกที่มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง
จะมีธาตุอาหารในดินลดลง เกษตรกรสามารถใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากถึง 100 กรัม/ต้น ได้เช่นกัน

เทคนิคการใส่ปุ๋ย

ไม่ควรหว่านลงบนดินทิ้งไว้เฉยๆ – ต้นไม้ไม่สามารถนำไปใช้ได้

มี 2 วิธี ที่แนะนำ คือ
1. ขุด ใส่ปุ๋ย กลบ
2. หว่านปุ๋ย ไถกลบ

แนะนำเป็นพิเศษ เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยในช่วงก่อนฝนตก เมื่อฝนตกปุ๋ยจะละลายซึมลงไปในดิน ง่ายต่อการดูดซึมและนำไปใช้ ช่วยให้ต้นกระดาษได้สารอาหารเต็มที่มากขึ้น

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ได้ไหม?

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ได้เช่นกัน โดยใช้ปริมาณ 3-4 ตันต่อไร่ ด้วยวิธีหว่านปุ๋ยตามร่อง และไถกลบ

ใส่กากมันสำปะหลังได้ไหม?

ใส่กากมันสำปะหลัง เปลือกล้าง กากแป้ง ได้เช่นกัน ในกากแป้ง มียีสต์ และไนโตรเจนสูง สามารถใส่เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินได้

โดยใส่รองก้นหลุม 5-10 ตันต่อไร่ รองพื้นเพื่อปรับปรุงดินก่อนปลูก ใส่รองก้นหลุมและคลุกกับดินให้เข้ากันโดยใช้รถไถ สำหรับต้นกระดาษอายุ 6 เดือนขึ้นไป ให้ใส่กากมันตามแนวร่อง พร้อมกับไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชไปด้วย

แนะนำเป็นพิเศษ สำหรับเกษตรกรที่อยู่ใกล้บริเวณโรงแป้ง โรงน้ำตาล โรงเอทานอล

เกษตรกรสามารถเลือกใช้ปุ๋ยได้ตามพื้นที่ และปรับปริมาณให้เหมาะสมต่ออายุของต้นกระดาษตามคำแนะนำข้างต้น ที่สำคัญ คือ ควรคำนึงถึงความสะดวกและง่ายต่อการจัดการแปลงด้วยนะครับ

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ เนื้อไม้มาก น้ำหนักดี

PT911 ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่

หากเมื่อพูดถึงต้นกระดาษ ต้นกระดาษมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถปลูกแล้วสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย สายพันธุ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นพันธุ์ K7, K62 และ K58 ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้มีต้นกระดาษเพิ่มขึ้นอีก 1 สายพันธุ์ ที่ได้มีการพัฒนาเพื่อเกษตรกรไทย สายพันธุ์นี้มีดียังไง? เราไปทำความรู้จักกันเลยครับ

PT911 ต้นกระดาษสายพันธั์ใหม่

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์

  • ลักษณะกล้า ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ค่อนข้างเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น
  • เมื่อเป็นไม้ใหญ่ ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

พื้นที่ปลูก

  • เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
  • พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม

  • พื้นที่ที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
  • พื้นที่ดินดาน หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ เสี่ยงต่อการขาดน้ำ

ก่อนลงมือปลูกต้นกระดาษหรือไม้สายพันธุ์ใดๆ ก็ตาม ควรศึกษาเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในต้นทุนที่ต่ำ และควรวางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้า 3-4 เดือน เพื่อให้สามารถเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับที่ดินได้

ต้นกระดาษ เบอร์โทร 085 835 3212

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

เริ่มต้นปลูกในปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร จากนั้นเมื่อถึงรอบตัดฟัน ให้ตัดฟันและไว้หน่อตอสองในปีที่ 5-8 และเมื่อถึงปีที่ 9 หลังจากตัดฟันไปแล้วให้แทรกปลูกระหว่างแถวเดิม ทั้งสองแนว (ปลูกสับหว่าง) จะได้ระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 1.5×3 เมตร เท่าเดิม จากนั้นในปีที่ 13 สามารถตัดฟัน และไว้หน่อต่อไปได้อีก และเมื่อถึงปีที่ 17 ก็สามารถปลูกสับหว่างได้อีกครั้ง จนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

เริ่มปลูกปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร จากนั้นตัดฟันและไว้หน่อสลับแถวในปีที่ 5 เพื่อให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร (ปรับระยะ) เมื่อถึงปีที่ 9 สามารถตัดฟันตอสอง และปลูกเสริมระหว่างแถวตามแนวตอเดิม จากนั้นในปีที่ 13 หลังจากตัดฟันแล้วสามารถไว้ตอสองต่อได้ จนกระทั่งถึงปีที่ 17 จึงปลูกสับหว่างเพิ่มระหว่างแถวจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตร และเว้นระยะ 4.5 เมตร ทุกๆ 2 แถว เพื่อเว้นที่ไว้ปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นตัดฟัน และไว้หน่อตอที่สองในปีที่ 5-8 และปลูกมันสำปะหลังระหว่างแถวได้เหมือนเดิม และเมื่อถึงรอบตัดฟันถัดไปในปีที่ 9 ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และปลูกเสริมต้นกระดาษแทนที่เดิมของมันสำปะหลัง จากนั้นปีที่ 13 เมื่อตัดฟันต้นกระดาษแล้วให้ไว้ตอสองต่อ และรื้อตอเก่าที่ทิ้งไว้เดิมออก เพื่อเปลี่ยนแนวมันสำปะหลัง และเมื่อถึงรอบตัดฟันในปีที่ 17 เมื่อตัดต้นกระดาษเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และลงต้นกระดาษแทนที่แนวมันสำปะหลังเดิม ไปจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

เปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาปลูกต้นกระดาษ ต้องทำอะไรบ้าง?

เปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาปลูกต้นกระดาษ

พื้นที่ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ด้วยสาเหตุต่างๆ ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป ถือเป็นที่รกร้าง ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ เรามาเริ่มต้นทำอะไรกับมันสักหน่อย แล้วปล่อยให้มันสร้างรายได้ ดีไหมครับ

ฟื้นฟูพื้นที่

การฟื้นฟูดินเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกพืช ดินมี 4 องค์ประกอบ คือ เม็ดดิน น้ำ อากาศ และอินทรีย์วัตถุ ดินที่ดีนั้นควรมีความพรุน และมีช่องว่างให้น้ำและอากาศแทรกตัวอย่างพอเหมาะ มีความเป็นกรดเป็นด่างที่พอดี

ปรับปรุงดิน ด้วยราคาประหยัด

ปรับปรุงดินราคาประหยัด ด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น เปลือกถั่ว ฟางข้าว ใบไม้แห้ง ปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ อย่างปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด คือตัวเลือกชั้นดีที่หาได้ง่าย และราคาไม่แพง เพื่อช่วยเพิ่มช่องว่างในดินจะทำให้ดินโปร่งและร่วนซุยขึ้น ในบริเวณที่จะทำแปลงต้นไม้ หรือหลุมปลูกไม้ยืนต้น

เลือกต้นกล้าให้ถูกช่วง

สิ่งสำคัญต้องคำนึงถึงต้นทุนและมีการวางแผนปลูกในส่วนของราคาต้นกล้า ซึ่งจะมีราคาสำหรับหน้าแล้งและหน้าฝน โดยราคาต้นกระดาษหน้าแล้งจะราคาถูกกว่าช่วงหน้าฝน จึงควรวางแผนการจองต้นกล้าล่วงหน้าไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดต้นทุนกล้า (โดยต้นกระดาษ 1 ไร่ สามารถปลูกได้ประมาณ 350 ต้น ขึ้นกับระยะปลูก)

จัดการแปลงให้อยู่หมัด

การปลูก

  1. ในกรณีที่มีแรงงานอยู่แล้วหรือจะปลูกเอง ก็ไม่ต้องใช้ทุนอะไร
  2. ในกรณีที่ไม่มีแรงงานปลูก ค่าปลูก,ค่าวางแนว,ค่าขุดหลุม และค่ารดน้ำ สามารถจ้างผู้รับเหมาปลูกในราคาประมาณ 1000 บาท/ไร่ หรือหากจะจ้างผรม.ปลูกทำบางกิจกรรม แล้วทำเองบางกิจกรรมก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการปลูกลงได้

การดูแล

  1. เช่นเดียวกันกับการปลูกในกรณีที่มีแรงงานอยู่แล้วหรือจะดูแลเอง ก็ไม่ต้องใช้ทุนอะไร
  2. แต่ถ้าหากไม่มีคนดูแลต้นกระดาษ การจ้างผรม.ที่มีประสบการณ์ ให้เข้ามาจัดการดูแลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น ในส่วนของค่าทำแนวกันไฟ,ค่าปุ๋ยขี้ไก่,ค่าแรงใส่ปุ๋ยขี้ไก่,ถากหญ้าตลอดแนว,ค่าไถร่องกำจัดวัชพืช,ค่าไถแนวกันไฟ 1 รอย,ค่ายาและค่าแรงฉีดยา,ค่าริดกิ่งเพื่อฉีดยา,ค่าตัดเถาวัลย์,ค่าแต่งหน่อ,ค้ำไม้ล้ม และค่าบริหารจัดการ ในราคาประมาณ 2700 บาท/ไร่ หรือหากพิจารณาแล้วในบางกิจกรรมจะจ้างผรม. บางกิจกรรมจะดูแลทำเองก็ได้ ก็จะช่วยลดต้นทุนในการดูแลลงได้อีก

จัดการพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเพียงแค่เริ่มต้น เมื่อลงมือแล้ว ที่เหลือ ปล่อยให้มันดำเนินไป รออีกทีไม้โตพร้อมตัดฟันได้เลยครับ

ต้นกระดาษ ตอ2: เลือกไว้ตออย่างไร ให้โดนใจเกษตรกร

วิธีเลือกและดูแลต้นกระดาษ ตอ2

ต้นกระดาษเมื่อตัดฟันรอบแรกไปแล้ว จะสามารถไว้หน่อในรอบถัดๆ ไปได้อีก เพื่อให้เราได้ผลผลิตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยๆ 9 ปี ทีนี้เรามาดูกันครับว่า ทำอย่างไร เราถึงจะได้ผลผลิตอย่างคุ้มค่า ผมมีวิธีมาฝากครับ

โดยปกติแล้ว ต้นกระดาษมักจะถูกตัดฟันเมื่อมีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เมื่อเราตัดฟันไปแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ หน่อจะเริ่มแตกออกมา ตอหนึ่งๆ ก็จะมีหน่อแย่งกันขึ้นมาอยู่หลายหน่อ คราวนี้ เราจะทำอย่างไรต่อ กับหน่อที่แตกขึ้นมาเหล่านี้

ต้นกระดาษตอ 2

หากสังเกตุดีดีแล้ว เราจะพบว่า แต่ละหน่อจะแตกออกมาในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะพบอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ บริเวณใกล้ๆ รอยตัด และบริเวณโคนต้น

เราเรียกหน่อที่แตกอยู่ตรงบริเวณรอยตัดว่า “หน่อผิว” และหน่อที่แตกอยู่ตรงบริเวณโคนต้นว่า “หน่อโคน”

วิธีการเลือกหน่อ

  1. หากมีหน่อผิว แนะนำให้เลือกไว้หน่อผิว
  2. หากมีหน่อผิวน้อย ก็ให้เลือกไว้หน่อผิวเป็นอันดับแรก ที่เหลือจึงเลือกหน่อโคนได้
  3. แต่หากตอนั้นไม่มีหน่อผิวเลย ก็ให้ไว้หน่อโคนได้เลยครับ
  4. หากเป็นตอที่ไม่ใหญ่มาก แนะนำให้เลือกไว้อย่างต่ำ 2 หน่อนะครับผม

การดูแลไม้ตอ 2

กำจัดวัชพืช

ในระยะแรกเมื่อหน่อยังเล็ก ให้ดายวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แสงอย่างเพียงพอ และเมื่อต้นสูงพ้นวัชพืชแล้ว ให้ดายวัชพืชรอบโคนต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกแย่งธาตุอาหารในดิน

ทำแนวกันไฟ

เมื่อถึงหน้าแล้ง วัชพืชจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ ดังนั้นการดูแลแปลงให้มีวัชพืชน้อยลง จะช่วยลดการเกิดไฟไหม้ในแปลงได้ โดยแนะนำให้ตัดวัชพืชให้สั้น ในบริเวณพื้นที่ระหว่างต้น ระหว่างแถว หรือทำแนวกันไฟ โดยถากวัชพืชออกให้ลึกถึงชั้นดินแท้

ตัดให้ถูกวิธี เลือกไว้หน่อให้ถูกต้อง และรู้จักวิธีดูแลอย่างเหมาะสม แค่นี้ก็
ช่วยให้เราได้ผลผลิตที่คุ้มค่ามากขึ้นแล้วครับ ลงทุนลงแรง ปลูกทั้งที ก็ต้องให้คุ้มค่าที่สุด จริงไหมครับ 🙂

ไม้เข็มยูคา ลักษณะสำคัญเพื่อใช้ประโยชน์

ไม้เข็มยูคา

ไม้เข็มยูคา มักนิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้าง ด้วยลักษณะที่เป็นไม้เนื้อแข็ง มีความแข็งแรงทนทาน ทนแดด ทนฝนระดับหนึ่ง สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ปัจจุบันมีการขายและนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย

ไม้ยูคา

ลักษณะของไม้เข็ม

  • ลำต้นตั้งแต่โคนถึงปลายตรง สวย
  • ขนาดของโคนและปลายไม้มีขนาดใกล้เคียงกัน
  • ตัดหน้าตรงเรียบ
  • ไม้ไม่มีปลวก
  • ริดกิ่งชิดลำต้น
  • ลำต้นไม้ไม่กลวง

ขนาดของไม้เข็ม

  1. ไม้เข็มเล็ก มี 5 ขนาด
    คือ 1 นิ้ว, 1.5 นิ้ว, 2 นิ้ว, 2.5 นิ้ว และ 3 นิ้ว ความยาว 3 เมตร
  2. ไม้เข็มใหญ่ มี 2 ขนาด
    คือ 4 นิ้ว และ 6 นิ้ว ความยาว 6 เมตร
ไม้เข็มยูคา

ไม้เข็มยูคาในงานก่อสร้าง
ด้วยคุณสมบัติของไม้เข็มยูคา จึงทำให้นิยมใช้ในงานก่อสร้างกันอย่างแพร่หลาย เช่น สร้างแคมป์คนงาน ที่พักอาศัยชั่วคราว ทำนั่งร้าน ทำเสาเข็มใต้ดิน ทำเขื่อนเข็มไม้กันดินสไลด์ ทำไม้ตีล๊อคแบบเทคาน ตีล๊อคเเบบเสา งานทำรั้วม่านบังตาในงานก่อสร้าง หรือใช้รองปั้นจั่น

ไม้เข็มยูคาในงานเกษตรกรรม
ใช้ในงานเกษตรก็ได้ ทำเป็นไม้ค้ำยัน ทำคอกสัตว์ รั้วต่างๆ ทำค้างปลูกผัก ทำเสาค้ำยันในไม้ล้อม ทำเสาโรงรถ

หรือทำป้ายโฆษณาก็ยังได้ นำไปทำคานป้ายโฆษณา ทำสมอบกยึดป้ายตามริมถนน โครงป้ายโฆษณา ที่เห็นกันทั่วไปตามไหล่ทาง นอกเหนือจากประโยชน์ในด้านต่างๆ ข้างต้น ไม้ยูคา สามารถนำมาใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง เป็นฟืน หรือเผาถ่านได้ ซึ่งถ่านที่ได้จากไม้ยูคา ถือเป็นถ่านที่มีคุณภาพดี ไม่มีควัน และให้ความร้อนสูง

“พื้นที่เปล่า ปลูกไม้ไว้ดี สร้างร่มเงา ลดโลกร้อน ใช้ประโยชน์ได้”