ปลายไม้ ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง


ปลายไม้ก็เป็นเชื้อเพลิงได้

การต่อยอดงานพัฒนาเพื่อคัดส่วนประกอบไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด นำเอายอดไม้ ปลายไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส มาใช้เป็นเชื้อเพลิง ไม่ต้องทิ้ง นำไปเป็นไม้เชื้อเพลิงชีวมวล สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบที่หาได้โดยทั่วไป ทั้งเศษไม้ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จึงไม่เป็นภาระต่อเกษตรกรที่ใช้ อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้เป็นชีวมวล จึงไม่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

โดยเก็บรวบรวมเอา ยอดไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส ที่ปกติ เกษตรกรจะทิ้งไว้ในแปลง หรือ เผาทิ้ง หลังจากตัดไม้ตามขนาดไม้ ส่วนที่ขายได้ออกไปแล้ว จะเหลือส่วนยอดจะมีใบเยอะ เกษตรกรจะทิ้งไว้ในแปลง บ้างก็เผาทิ้งบ้างทำให้เกิดควัน สร้างมลพิษในอากาศ เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และเป็นภาระในการกำจัดของเกษตรกรเอง

จึงมีการส่งเสริมพัฒนาให้เกษตรกรเก็บยอดไม้ กิ่งไม้ กลับเอามาขายเพื่อเข้าเครื่องสับที่โรงไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง ส่งเสริม และสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรได้อีกทาง

ประโยชน์ของไม้แบบยั่งยืน

ไม้เชื้อเพลิงชีวมวลนั้นยังนับเป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดหนึ่งด้วยเนื่องจาก เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถหาได้ และเกิดทดแทนขึ้นในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นวัฏจักรไปเรื่อย ๆ

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และป้องกันความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการทำไม้ จะต้องปลูกไม้หลายชนิดที่มีอายุให้ตัดฟันไปขายได้หลายระยะเวลา เพื่อเกษตรกรจะมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลูกทั้งไม้โตเร็ว อายุรอบตัดฟันแค่ 3-4 ปี อย่างไม้ต้นกระดาษ และไม้ยูคาลิปตัส ปลูกในวงรอบนอกของเขตพื้นที่แปลง เพิ่มความสะดวกในการตัดฟันและช่วยป้องกันลมให้กับชนิดไม้อื่นที่โตช้า

เป็นที่มาของคำว่า “ขายได้ตั้งแต่โคนยันปลาย”

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

ไม้เชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าซื้อมาเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยการเอาเข้าเตาเผาสร้างพลังงานความร้อนเข้าไปในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งโรงไฟฟ้าจะเน้นทำการรับซื้อไม้เชื้อเพลิงจากกลุ่มเกษตร หรือผู้ผลิตโดยตรงไม่ผ่านตัวแทนหรือตัวกลาง เพื่อให้เงินค่าเชื้อเพลิงถึงมือเกษตรกรโดยตรง หรือผู้ผลิตขั้นแรกอย่างเต็มที่

แบบจ้างผู้รับเหมา

มีทีมงานเข้าเก็บในแปลงของบริษัทในเครือ โดยจะได้รับข้อมูลแปลงมาประกอบการพิจารณา หลังจากนั้นดำเนินการประเมินหน้างานและจ้างผู้รับเหมาเก็บ

แบบรับซื้อตรงจากลูกค้า

โดยที่ลูกค้าบางรายเป็นเจ้าของสวนแปลงต้นกระดาษ แปลงไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งมีลูกค้าบางรายไม่ได้เป็นเจ้าของสวนแต่มีญาติก็เก็บในแปลงญาติๆ มาขาย
หรือลูกค้าบางรายไปขอซื้อไม้ทิ้งในแปลงจากชาวบ้านอื่นๆ เพราะแปลงตัวเองเก็บหมดแล้ว แปลงญาติเก็บหมดแล้ว (3-4 ปี จึงจะเริ่มตัดใหม่) นำมาขายให้โรงไฟฟ้าหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

การจะปลูกไม้มีค่าให้ได้คุณภาพ ตัดขายได้ราคาดี สิ่งสำคัญที่สุด เกษตรต้องคำนึงถึง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน น้ำ และพันธุ์ไม้ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ในท้องถิ่น สำหรับไม้ที่มีคุณค่า สร้างรายได้ระยะยาวและหมุนเวียนได้ตลอด ตัดฟันมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

ต้นกระดาษ ปลูกได้ในดินลูกรัง

ต้นกระดาษปลูก ได้ใน ดินลูกรัง

ดินลูกรัง เป็นดินที่มีศักยภาพในการเกษตรต่ำมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินเป็นกรด เป็นเนื้อดินหยาบ ปริมาณเนื้อดินค่อนข้างน้อย การใช้ประโยชน์ที่ดินจำเป็นต้องมีการจัดการที่เหมาะสม

ดินที่มีกรวดปนมักเป็นดินที่ขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายและมีข้อจำกัดในการเลือกชนิดของพืชปลูก จำเป็นต้องจัดการเป็นพิเศษ การปลูกพืชติดต่อกันในดินนี้จะทำให้ปริมาณธาตุอาหารในดินลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน้าดินมักเกิดการกร่อนได้ง่าย ปัจจุบันดินนี้ยังใช้ประโยชน์ในด้านการเพาะปลูกไม่มากนัก

การจัดการดินลูกรัง

การวางแผนการใช้ที่ดินลูกรัง

สามารถปลูกพืชโตเร็ว หรือไม้ใช้สอยอย่างไม้ต้นกระดาษได้ เมื่อไม้โตสามารถตัดขายเป็นไม้เข็ม หรือ ไม้เหมาแปลง ได้ ส่วนอื่นที่เหลือจากการตัดขาย เช่น ปลายไม้ ยังขายเป็น ไม้เชื้อเพลิง เพิ่มรายได้อีกทาง โดยแบ่งพื้นที่สูงเป็นไม้โตเร็วรักษาความชุ่มชื้น พื้นที่ตอนกลางเป็นพืชอายุสั้นทนแล้ง และพื้นที่ส่วนหนึ่งขุดบ่อเก็บน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงฝนทิ้งช่วง

ปลูกต้นกระดาษ ใน ดินลูกรัง

การปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน

โดยการปลูกพืชเป็นแถว หรือการไถพรวนขวางความลาดชัน มีการปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชปุ๋ยสด เป็นแบบ วนเกษตร ร่วมด้วย เพื่อปรับปรุงบำรุงดินส่วนการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก มีความจำเป็นอย่างมากในพื้นที่นี้ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ของดิน และสมบัติทางกายภาพของดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินให้ดีขึ้น

การจัดการเรื่องน้ำ

ต้องมีการจัดการน้ำในพื้นที่ โดยการป้องกันการระเหยของน้ำ เช่น การใช้วัสดุคลุมดิน การปลูกพืชคลุมดินเพื่อเก็บน้ำฝนลงในดิน ให้ดินเป็นพื้นที่เก็บน้ำ ทำคันดินชะลอการไหลของน้ำ ทำคันคูรับน้ำ เพื่อรวบรวมน้ำลงในบ่อ รวมทั้งแนวกันไฟในช่วงฤดูแล้ง

การปรับปรุงบำรุงดินลูกรัง เพื่อปลูกพืช เพิ่มผลผลิต

ควรมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก รองก้นหลุมเพื่อให้ดินมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหาร อุ้มน้ำได้มากขึ้น เร่งการเจริญเติบโตของพืชในระยะแรก ทำให้พืชแข็งแรง มีรากหยั่งลึก หาอาหารได้มากขึ้น

เทคนิคการปลูกไม้โตเร็วอย่างต้นกระดาษในดินลูกรัง คือ ต้องขุดหลุมให้กว้างกว่าปกติแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก จากนั้นให้คลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้า เพื่อรักษาความชื้น

วิธีใส่ปุ๋ยต้นกระดาษให้เห็นผล

วิธีใส่ปุ๋ยต้นกระดาษให้เห็นผล

เพราะว่า 1 ตันที่เพิ่มขึ้น คือเงินที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกร การใส่ปุ๋ยต้นกระดาษอย่างถูกวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

ต้นกระดาษ อายุ 1-3 เดือน

ใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 ในปริมาณ 20-30 กรัม/ต้น – ไม้เล็ก ใส่ตัวหน้าสูง(N) จะทำให้ไม้สูง เจริญเติบโตดี ทรงพุ่มรัดเร็ว

เทคนิค ใส่ปุ๋ยให้ต้นกระดาษโตเท่ากัน หรือไล่เลี่ยกันทั้งแปลง

แนะนำเป็นพิเศษ เกษตรกรสามารถปรับปริมาณการใส่ปุ๋ย ตามขนาดของต้นกระดาษแต่ละต้นได้ โดยต้นกระดาษที่เล็กกว่าต้นอื่นๆ ในแปลง อาจต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากขึ้น และใส่ปริมาณปุ๋ยลดลงสำหรับต้นที่โตกว่าต้นอื่น เพื่อให้ไม้ในแปลงโตสม่ำเสมอเท่าๆ กัน น้ำหนักไม้ดีใกล้เคียงกัน และมีประโยชน์ในแง่ของการจัดการแปลงที่ง่ายขึ้นมากอีกด้วย

ต้นกระดาษ อายุ 1-2 ปี

ใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 หรือ 15-15-15 ก็ได้เช่นกัน – ไม้อายุระหว่าง 1 ถึง 2 ปี สามารถเลือกใส่ปุ๋ยได้ทั้งสองสูตร แต่หากไม้อายุมากกว่า 2 ปี ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในปริมาณ 50 กรัมต่อต้น จะทำให้ไม้ได้น้ำหนักดีขึ้น ผลผลิตต่อไร่สูง

เทคนิค พื้นที่ปลูกที่มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง
จะมีธาตุอาหารในดินลดลง เกษตรกรสามารถใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากถึง 100 กรัม/ต้น ได้เช่นกัน

เทคนิคการใส่ปุ๋ย

ไม่ควรหว่านลงบนดินทิ้งไว้เฉยๆ – ต้นไม้ไม่สามารถนำไปใช้ได้

มี 2 วิธี ที่แนะนำ คือ
1. ขุด ใส่ปุ๋ย กลบ
2. หว่านปุ๋ย ไถกลบ

แนะนำเป็นพิเศษ เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยในช่วงก่อนฝนตก เมื่อฝนตกปุ๋ยจะละลายซึมลงไปในดิน ง่ายต่อการดูดซึมและนำไปใช้ ช่วยให้ต้นกระดาษได้สารอาหารเต็มที่มากขึ้น

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ได้ไหม?

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ได้เช่นกัน โดยใช้ปริมาณ 3-4 ตันต่อไร่ ด้วยวิธีหว่านปุ๋ยตามร่อง และไถกลบ

ใส่กากมันสำปะหลังได้ไหม?

ใส่กากมันสำปะหลัง เปลือกล้าง กากแป้ง ได้เช่นกัน ในกากแป้ง มียีสต์ และไนโตรเจนสูง สามารถใส่เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินได้

โดยใส่รองก้นหลุม 5-10 ตันต่อไร่ รองพื้นเพื่อปรับปรุงดินก่อนปลูก ใส่รองก้นหลุมและคลุกกับดินให้เข้ากันโดยใช้รถไถ สำหรับต้นกระดาษอายุ 6 เดือนขึ้นไป ให้ใส่กากมันตามแนวร่อง พร้อมกับไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชไปด้วย

แนะนำเป็นพิเศษ สำหรับเกษตรกรที่อยู่ใกล้บริเวณโรงแป้ง โรงน้ำตาล โรงเอทานอล

เกษตรกรสามารถเลือกใช้ปุ๋ยได้ตามพื้นที่ และปรับปริมาณให้เหมาะสมต่ออายุของต้นกระดาษตามคำแนะนำข้างต้น ที่สำคัญ คือ ควรคำนึงถึงความสะดวกและง่ายต่อการจัดการแปลงด้วยนะครับ

PT911 แตกต่างจาก K7 อย่างไร?

PT911 vs K7

เมื่อพูดถึงต้นกระดาษ สายพันธุ์ที่มีและที่นิยมปลูกกันมากก็คงจะเป็น K7 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน แต่ ณ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่านั้น คือ PT911 และมีการอธิบายถึงสายพันธุ์ตัวนี้ไปก่อนหน้านี้บ้างแล้วนั้น เรามาดูกันครับว่า 2 สายพันธุ์นี้ แต่ละตัวมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? มีดียังไง? พื้นที่แบบไหนเหมาะกับพันธุ์อะไร?

ต้นกระดาษสายพันธุ์ PT911

สายพันธุ์ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์ PT911

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

ระยะต้นกล้า
ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน

พื้นที่ปลูก

– เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
– พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
– พื้นที่ดินนาที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
– พื้นที่ดินดาน เสี่ยงต่อการขาดน้ำ หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของความอ่อนแอต่อโรคใบติด
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบปื้นเหลือง โรคราสนิม และใบจุดบริเวณทรงพุ่มใบด้านล่าง ไม่รุนแรง

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 18-20 ตัน/ไร่

สายพันธุ์ K7

คุณลักษณะประจำพันธุ์ K7

ระยะต้นกล้า
ลำต้นแข็ง ตั้งตรง เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ข้อห่าง ใบใหญ่รูปหอกใบกว้าง ปลายใบเป็นติ่งแหลม ใบสีเขียวถึงเข้ม ขอบใบเป็นคลื่นยอดสีแดงอมชมพู และมีความนวลเล็กน้อย

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นมีร่องกิ่งชัดเจน เปลาตรงดี ผิวเปลือกเรียบ สีนวลเทา ทรงพุ่มแผ่กว่าง มีกิ่งขนาดปานกลางถึงใหญ่ ลักษณะใบใหญ่สีเขียมเข้ม ขอบใบเป็นคลื่น เรียงตัวแบบสลับ

ต้นกระดาษสายพันธุ์ K7

พื้นที่ปลูก

สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบและที่ราบต่ำ ที่มีความชื้นในดินและความชื้นในอากาศปานกลาง เนื้อดินเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย อุ้มน้ำดี หรือดินร่วนปนลูกรัง

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของโรคทางใบเล็กน้อย ได้แก่ ใบจุดเหลี่ยม โรคใบจุดเหลืองดำ
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบเหลืองดำ และใบไหม้วงแหวนเล็กน้อยในช่วงฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 13-15 ตัน/ไร่

เลือกลักษณะสายพันธุ์ให้ตรงกับพื้นที่ปลูก และศึกษาการปลูกและดูแลให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างที่ต้องการกันนะครับผม

ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 085 835 3212

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ เนื้อไม้มาก น้ำหนักดี

PT911 ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่

หากเมื่อพูดถึงต้นกระดาษ ต้นกระดาษมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถปลูกแล้วสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย สายพันธุ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นพันธุ์ K7, K62 และ K58 ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้มีต้นกระดาษเพิ่มขึ้นอีก 1 สายพันธุ์ ที่ได้มีการพัฒนาเพื่อเกษตรกรไทย สายพันธุ์นี้มีดียังไง? เราไปทำความรู้จักกันเลยครับ

PT911 ต้นกระดาษสายพันธั์ใหม่

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์

  • ลักษณะกล้า ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ค่อนข้างเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น
  • เมื่อเป็นไม้ใหญ่ ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

พื้นที่ปลูก

  • เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
  • พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม

  • พื้นที่ที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
  • พื้นที่ดินดาน หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ เสี่ยงต่อการขาดน้ำ

ก่อนลงมือปลูกต้นกระดาษหรือไม้สายพันธุ์ใดๆ ก็ตาม ควรศึกษาเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในต้นทุนที่ต่ำ และควรวางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้า 3-4 เดือน เพื่อให้สามารถเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับที่ดินได้

ต้นกระดาษ เบอร์โทร 085 835 3212

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

เริ่มต้นปลูกในปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร จากนั้นเมื่อถึงรอบตัดฟัน ให้ตัดฟันและไว้หน่อตอสองในปีที่ 5-8 และเมื่อถึงปีที่ 9 หลังจากตัดฟันไปแล้วให้แทรกปลูกระหว่างแถวเดิม ทั้งสองแนว (ปลูกสับหว่าง) จะได้ระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 1.5×3 เมตร เท่าเดิม จากนั้นในปีที่ 13 สามารถตัดฟัน และไว้หน่อต่อไปได้อีก และเมื่อถึงปีที่ 17 ก็สามารถปลูกสับหว่างได้อีกครั้ง จนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

เริ่มปลูกปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร จากนั้นตัดฟันและไว้หน่อสลับแถวในปีที่ 5 เพื่อให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร (ปรับระยะ) เมื่อถึงปีที่ 9 สามารถตัดฟันตอสอง และปลูกเสริมระหว่างแถวตามแนวตอเดิม จากนั้นในปีที่ 13 หลังจากตัดฟันแล้วสามารถไว้ตอสองต่อได้ จนกระทั่งถึงปีที่ 17 จึงปลูกสับหว่างเพิ่มระหว่างแถวจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตร และเว้นระยะ 4.5 เมตร ทุกๆ 2 แถว เพื่อเว้นที่ไว้ปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นตัดฟัน และไว้หน่อตอที่สองในปีที่ 5-8 และปลูกมันสำปะหลังระหว่างแถวได้เหมือนเดิม และเมื่อถึงรอบตัดฟันถัดไปในปีที่ 9 ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และปลูกเสริมต้นกระดาษแทนที่เดิมของมันสำปะหลัง จากนั้นปีที่ 13 เมื่อตัดฟันต้นกระดาษแล้วให้ไว้ตอสองต่อ และรื้อตอเก่าที่ทิ้งไว้เดิมออก เพื่อเปลี่ยนแนวมันสำปะหลัง และเมื่อถึงรอบตัดฟันในปีที่ 17 เมื่อตัดต้นกระดาษเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และลงต้นกระดาษแทนที่แนวมันสำปะหลังเดิม ไปจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

ต้นกระดาษ ตอ2: เลือกไว้ตออย่างไร ให้โดนใจเกษตรกร

วิธีเลือกและดูแลต้นกระดาษ ตอ2

ต้นกระดาษเมื่อตัดฟันรอบแรกไปแล้ว จะสามารถไว้หน่อในรอบถัดๆ ไปได้อีก เพื่อให้เราได้ผลผลิตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยๆ 9 ปี ทีนี้เรามาดูกันครับว่า ทำอย่างไร เราถึงจะได้ผลผลิตอย่างคุ้มค่า ผมมีวิธีมาฝากครับ

โดยปกติแล้ว ต้นกระดาษมักจะถูกตัดฟันเมื่อมีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เมื่อเราตัดฟันไปแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ หน่อจะเริ่มแตกออกมา ตอหนึ่งๆ ก็จะมีหน่อแย่งกันขึ้นมาอยู่หลายหน่อ คราวนี้ เราจะทำอย่างไรต่อ กับหน่อที่แตกขึ้นมาเหล่านี้

ต้นกระดาษตอ 2

หากสังเกตุดีดีแล้ว เราจะพบว่า แต่ละหน่อจะแตกออกมาในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะพบอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ บริเวณใกล้ๆ รอยตัด และบริเวณโคนต้น

เราเรียกหน่อที่แตกอยู่ตรงบริเวณรอยตัดว่า “หน่อผิว” และหน่อที่แตกอยู่ตรงบริเวณโคนต้นว่า “หน่อโคน”

วิธีการเลือกหน่อ

  1. หากมีหน่อผิว แนะนำให้เลือกไว้หน่อผิว
  2. หากมีหน่อผิวน้อย ก็ให้เลือกไว้หน่อผิวเป็นอันดับแรก ที่เหลือจึงเลือกหน่อโคนได้
  3. แต่หากตอนั้นไม่มีหน่อผิวเลย ก็ให้ไว้หน่อโคนได้เลยครับ
  4. หากเป็นตอที่ไม่ใหญ่มาก แนะนำให้เลือกไว้อย่างต่ำ 2 หน่อนะครับผม

การดูแลไม้ตอ 2

กำจัดวัชพืช

ในระยะแรกเมื่อหน่อยังเล็ก ให้ดายวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แสงอย่างเพียงพอ และเมื่อต้นสูงพ้นวัชพืชแล้ว ให้ดายวัชพืชรอบโคนต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกแย่งธาตุอาหารในดิน

ทำแนวกันไฟ

เมื่อถึงหน้าแล้ง วัชพืชจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ ดังนั้นการดูแลแปลงให้มีวัชพืชน้อยลง จะช่วยลดการเกิดไฟไหม้ในแปลงได้ โดยแนะนำให้ตัดวัชพืชให้สั้น ในบริเวณพื้นที่ระหว่างต้น ระหว่างแถว หรือทำแนวกันไฟ โดยถากวัชพืชออกให้ลึกถึงชั้นดินแท้

ตัดให้ถูกวิธี เลือกไว้หน่อให้ถูกต้อง และรู้จักวิธีดูแลอย่างเหมาะสม แค่นี้ก็
ช่วยให้เราได้ผลผลิตที่คุ้มค่ามากขึ้นแล้วครับ ลงทุนลงแรง ปลูกทั้งที ก็ต้องให้คุ้มค่าที่สุด จริงไหมครับ 🙂

ต้นโตแค่ไหน ถึงจะขายได้?

รับซื้อไม้ ต้นกระดาษ ยูคาลิปตัส

หลายคนสงสัยว่า เราจะรู้ได้ยังไงว่าต้นกระดาษ ที่เราปลูกไว้ โตพอและพร้อมที่จะตัดขายได้แล้ว ต้องมีอายุเท่าไร ต้องครบตามอายุไหมถึงจะตัดขายได้ หรือหากมีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถตัดขายได้เลย ความสูงต้องประมาณไหน ถึงจะเหมาะสมแก่การขาย

เราปลูก และใช้เวลาในการดูแลมาเป็นปีๆ แน่นอนครับว่า เราย่อมมีคำถาม และความคาดหวังกับผลผลิต หรือรายได้ที่เราควรจะได้รับ ดังนั้นเรามาค่อยๆ ไล่เรียงเพื่อพิจารณากันไปทีละส่วนนะครับ

ปลูก 1 ไร่ จะได้ผลผลิตเท่าไร ?

ปลูกระยะไหนได้บ้าง แต่ละระยะได้ผลผลิตประมาณกี่ต้นต่อไร่ – โดยปกติผู้มีประสบการณ์มักจะแนะนำระยะปลูกที่เหมาะสม ไว้ดังนี้ครับ

ระหว่างต้น x ระหว่างแถว

  • 1.5 x 3 เมตร = 355 ต้น
  • 1.8 x 3 เมตร = 296 ต้น
  • 2 x 3 เมตร = 260 ต้น

ถ้าต้องการปลูกให้เต็มผืน เพื่อง่ายต่อการจัดการดูแลที่เหมาะสม ควรจะปลูกที่ระยะ 1.5 x 3 หรือ 2 x 3 เมตร ข้อดี ของการปลูกระยะ 2 x 3 เมตร คือ ต้นกระดาษเจริญเติบโตได้เต็มที่ และสามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่า

ส่วนข้อดี ของการปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร คือ ได้จำนวนต้นต่อไร่สูง และหากดูแลดี จะมีความเป็นไปได้ ที่จะได้ผลผลิตรวมต่อไร่ที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับระยะอื่นที่มีอายุการปลูกเท่าๆ กัน อย่างไรก็ตามการเว้นระยะปลูก ควรพิจารณาถึงความสะดวกในการนำรถเข้าตัดฟันเมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยวด้วยนะครับ

วิธีวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ตามมาตรฐาน เพื่อประเมินผลผลิต

ต้นกระดาษ อายุเท่าไร ถึงจะตัดขายได้ ?

โดยปกติแล้วต้นกระดาษที่ปลูกไว้ ไม่ว่าจะบนแปลงหรือ บนคันนา ต้นที่มีขนาดเหมาะสม และพร้อมตัดฟัน จะมีอายุตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป แต่หากตรวจวัดแล้วพบว่ามีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถพิจารณาตัดขายได้เช่นกันครับ

ขนาดเท่าไร ถึงจะตัดขายได้ ?

เมื่อวัดด้วยสายวัดหรือตลับเมตรทาบไว้รอบลำต้นในระดับอก ควรจะมีเส้นรอบวงขนาด 35-40 เซนติเมตร และเพื่อให้ได้น้ำหนักไม้ที่มากขึ้น แนะนำให้มีขนาด 40 เซนติเมตรขึ้นไปครับ

ตัดฟันเมื่อไร ?

ต้นกระดาษ และ ต้นยูคาลิปตัส โดยส่วนใหญ่ มักจะแนะนำให้ตัดฟันในช่วงเริ่มต้นฤดูฝนที่ดินมีความชื้น เพื่อลดความเสียหายจากการโค่นล้มลงบนพื้นแห้งแข็งซึ่งอาจจะมีผลต่อราคาไม้ แต่อย่างไรก็ตามควรตรวจดูสภาพความชื้นและการยุบตัวของดิน เพื่อลดอุปสรรคในกระบวนการตัดฟัน โดยเฉพาะการนำรถเข้า-ออก ภายในแปลง

ตัดฟันแบบไหน ?

การปลูกต้นกระดาษ เป็นการลงทุนปลูกครั้งเดียว แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาว เมื่อตัดเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบแรกไปแล้ว ต้นกระดาษจะแตกหนอขึ้นมาใหม่ ดังนั้นวิธีการตัดฟันที่คำนึงถึงประโยชน์ของการเจริญเติบโตของหน่อในรอบถัดไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย วิธีที่แนะนำ คือ ควรใช้ใบเลื่อยตัดโดยให้ได้หน้าตัดที่มีผิวเรียบสม่ำเสมอ และเฉียงลงเล็กน้อย เพื่อระบายน้ำขังบนตอ จะช่วยลดการเน่าของหน่อใหม่ได้ดี และควรตัดให้สูงจากพื้นประมาณ 5-10 เซนติเมตร

เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวแปลงไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส หรือไม้ยืนต้นทั่วไป ด้วยรถ Harvester เป็นวิธีเก็บเกี่ยวที่ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สำหรับต้นกระดาษการใช้รถ Harvester 1 คัน จะสามารถตัดไม้ได้มากถึง 60 ตันต่อวัน หรือเท่ากับ 5 ไร่ต่อวันนั่นเอง

ข้อดีของการใช้รถ Harvester นอกจากจะลดการใช้แรงงานคนแล้ว การตัดฟันของเครื่องจักรยังทำให้รักษาเนื้อไม้ที่ส่งผลต่อน้ำหนักได้เป็นอย่างดี สามารถตัดตอไม้ได้ชิดพื้น ตอต่ำ ผิวตัดเรียบ ตัดความยาวท่อนได้เท่ากันอย่างเป็นระเบียบ แยกลำต้นและพุ่มใบออกจากกันเป็นหมวดหมู่ ทำให้ง่ายต่อการจัดการลำเลียงท่อนไม้ขึ้นรถ สะดวกในการขนส่งไปยังแหล่งรับซื้อไม้

ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพนี้ จะช่วยให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตั้งแต่โคนยันปลาย

สิ่งสำคัญ คือ คัดเลือกสิ่งที่ดี

ต้นกระดาษ
ต้นกระดาษ

“เราเฟ้นหาต้นกระดาษสายพันธุ์ที่เหมาะสมเพื่อพี่น้องเกษตรกรไทย ต้นต้องแข็งแรง ปลูกง่าย เหมาะกับสภาพพื้นดิน ทนต่อโรค โตไว และง่ายต่อการเก็บเกี่ยว จนค้นพบ ต้นกระดาษสายพันธุ์ที่ให้ครบทุกคุณสมบัติที่ต้องการ และให้ผลผลิตเกินคาด”


เนื้อเยื่อดี
“กล้าเนื้อเยื่อมีคุณสมบัติดี โตสม่ำเสมอ ลำต้นสูง ตรง โปร่งเบา”

ปลูกร่วมกับพืชอื่นได้
“ใบน้อย กิ่งน้อย ริดกิ่งได้เอง ไม่บังแสงแดด ของพืชอื่น น้ำมันในใบน้อย ย่อยสลายง่าย ลดผลกระทบต่อดินและน้ำ” “ทรงพุ่มโปร่ง ลดการบังแสงพืชอื่น”

แตกหน่อดี
“มีระบบรากพิเศษ ทำให้กำจัดตอได้ง่าย เปอร์เซ็นต์การแตกหน่อดี”

โตเสมอกันทุกต้น
“ต้นกระดาษ ต้นสวยโตเสมอกันทุกต้น สูงโปร่ง โตไว น้ำหนักดี ไม่มีรากแก้ว”

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้ค้นหา คัดเลือก สายพันธุ์ต้นกระดาษที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศของไทย เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด และในวันนี้ต้นกระดาษสายพันธุ์ที่ทุกคนต้องการ พร้อมที่จะจัดส่งถึงมือเกษตรกรทุกท่านแล้วครับ…”

เทคนิค สำคัญแค่ไหน ทำไมเราต้องรู้?

เทคนิค ต่างๆ ที่นิยมหยิบยกขึ้นมาแนะนำกันในหลายๆ เรื่อง มีความสำคัญแค่ไหน สงสัยกันไหมครับว่า ทำไมเราต้องมีเทคนิค?

มาดูกันก่อนเลยครับ คำว่าเทคนิค มันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ

เทคนิคคือ วิธีการในการปฏิบัติเฉพาะเรื่อง ที่เกิดจากความรู้ความชำนาญของผู้ที่ฝึกฝน สั่งสมประสบการณ์  จนทำให้เกิดความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ พอจะเห็นกันหรือยังครับ ว่า เทคนิค จริงๆ แล้วคืออะไร และพอจะเล็งเห็นไหมว่า หากเราไม่มีเทคนิค เราจะต้องไปเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเองเพื่อเรียนรู้สะสมประสบการณ์ มันต้องใช้เวลานาน กว่าจะตกผลึกและได้มันมาด้วยตัวเอง

ดังนั้น การที่เราจะเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่ต้องทำคือ ศึกษา เรียนรู้่ และเก็บเกี่ยวเทคนิคต่างๆ จากผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เราปฏิบัติได้อย่างได้ผล ตามแนวทางที่มีผู้เคยปฏิบัติและได้ผลมาแล้ว มาถ่ายทอดสู่รุ่นถัดๆไป

การทำอาชีพทุกอาชีพ ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยเทคนิค เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่า วันนี้เรามี เทคนิคง่ายๆ ในการเริ่มต้นปลูกต้นกระดาษ มาฝากกันครับ

1. การเว้นระยะปลูก

เทคนิคการเว้นระยะปลูกต้นกระดาษ
ระยะปลูกต้นกระดาษที่แนะนำ

2. วิธีปลูกต้นกระดาษ

เทคนิค การปลูกต้นกระดาษด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ
ปลูกต้นกระดาษด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ

3. วิธีดูแลต้นกระดาษ

เทคนิค การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูฝน
การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูฝน

เทคนิค การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูแล้ง
การรดน้ำต้นกระดาษ ในช่วงฤดูแล้ง

4 .การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ

เทคนิค การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ ตั้งแต่ช่วงเริ่มปลูก
การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ ตั้งแต่ช่วงเริ่มปลูก

เทคนิค การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
การให้ปุ๋ยต้นกระดาษ อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

5. เทคนิคการตัดไม้

เทคนิคการตัดไม้ เพื่อให้ได้หน่อที่สมบูรณ์
การตัดไม้ เพื่อให้ได้หน่อที่สมบูรณ์

6. การเลือกไว้หน่อ

เทคนิคการเลือกไว้หน่อ เพื่อให้ได้ต้นตรงสมบูรณ์
การเลือกไว้หน่อ เพื่อให้ได้ต้นตรงสมบูรณ์

7. เทคนิคการขายไม้

  • เทคนิคง่ายๆ ขายไม้ให้ได้ราคาดี – เพิ่มผลกำไร อยากขายไม้ให้ได้ราคาดี ลองทำตามนี้ดูครับ
    1. ไม้ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้วขึ้นไป
    2. ไม้มีความยาวตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    3. หากมีไม้เล็ก จะต้องไม่เกิน 20%
    4. คัดแยกไม้มา ได้เงินเพิ่มครับ** อันนี้แนะนำ
    5. เลือกขายไม้กับบริษัทที่อำนวยความสะดวกในการตัดฟัน ช่วยลดภาระอันยุ่งยาก
    6. ติดต่อขายไม้ผ่านช่องทางออนไลน์สะดวก ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ง่ายๆ 6 ข้อนี้ จะช่วยให้ขายไม้ได้ราคาดี และมีผลกำไรเพิ่มจากเดิมแน่นอนครับ

 

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการ หรือเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการปลูกและดูแลต้นกระดาษตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยชี้แนวทางให้เพื่อนๆ มือใหม่ได้นำไปประยุกต์ใช้กันครับผม