ต้นกระดาษ จุดเด่น ที่ไม่ได้มีแค่ความสวย

ต้นกระดาษ จุดเด่น

ต้นกระดาษ ที่เห็นวางขายทั่วไป มองผ่านโดยรวมแล้วมี จุดเด่น ที่อาจดูสวยงาม เห็นแล้วหยุดคิดสักนิด สวยแล้ว แข็งแรงพอที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งหรือเปล่า

กล้าสวย ไม่ได้แปลว่ากล้ามีคุณภาพ

ลักษณะของกล้าคุณภาพ ดูยังไง

  • ในส่วนของยอดกล้า จับตรงลำต้น จะมีลักษณะแกร่ง แข็ง ไม่อวบ
  • เทียบสัดส่วนของรากและลำต้น ต้องสมดุลกัน รากและลำต้น ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
  • ระบบรากต้องแข็งแรง กระจายทุกทิศทาง ไม่ขดม้วนตัว
ต้นกระดาษ จุดเด่น

ต้นกล้าที่เราเห็นขายกันทั่วไป มีทั้งที่เพาะจากถุงชำ และเพาะด้วยหลอดเพาะ เคยสงสัยไหม ทำไมถึงเลือกใช้ต่างกัน และวัสดุเพาะที่มีหลากหลายในท้องตลาดจริงๆ แล้วควรเลือกใช้แบบไหนกันแน่

วัสดุเพาะ

วัสดุเพาะที่นำมาใช้ในการเพาะ มีหลายชนิด เริ่มจากวัสดุทั่วไปราคาถูก หาง่าย เช่น ดิน ทราย แกลบ มะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว ไปจนถึงวัสดุเฉพาะที่มีราคาสูง เช่น เพอไลท์ เวอร์มิคูไลท์ พีทมอส ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

วัสดุที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นกระดาษ คือ อะไร

จริงๆ แล้วมีหลายชนิด แต่วัสดุที่มีคุณภาพและคุ้มราคา คือขุยมะพร้าวนั่นเอง ข้อดีของขุยมะพร้าว คือ

  • อุ้มน้ำได้ดี
  • มีความพรุน ช่วยในการเจริญเติบโตของราก
  • โครงสร้างมีความคงทน มีรูปร่างตามภาชนะ
  • ย่อยสลายได้ ไม่มีเศษตกค้างในดิน
  • ไม่เป็นพิษกับพืช

ขุยมะพร้าวไม่ได้มีแต่ข้อดี ข้อเสียก็พอมีอยู่บ้างเนื่องจากเป็นเศษวัสดุจากธรรมชาติ ทำให้อาจจะมีมด ปลวก แมลง มากัดกินได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราสามารถวางแผนป้องกันไว้ก่อนได้แน่นอน

นอกจากวัสดุเพาะ ที่เราต้องให้ความสำคัญแล้ว สิ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างราก คือ ภาชนะที่ใช้ในการเพาะ

เพาะลงถุง VS เพาะลงหลอด

ภาชนะที่ใช้ในการเพาะ ไม่เพียงแค่ขนาดที่แตกต่างกัน รูปร่างและลักษณะพิเศษต่างๆ ก็มีผลต่อการเดินของรากที่ต่างกัน

ถุง

ถุงเพาะสีดำ ส่วนใหญ่มีการเจาะช่องเป็นรูกลมๆ ด้านข้างถุง เพิ่มการระบาย แต่ถุงมีส่วนทึบด้านใต้ เมื่อรากเจริญเติบโตไปจนถึงก้นถุง รากจะตันและเดินออกมาไม่ได้ เกิดการขดตัวม้วนอยู่ในถุง

นี่คือข้อเสีย และถือเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้กล้าล้ม เมื่อนำกล้าไปลงดิน

หลอด

หลอดเพาะมีหลายแบบ และแน่นอนว่าแต่ละแบบส่งผลต่อการเจริญของโครงสร้างราก การเลือกหลอดที่มีคุณสมบัติพิเศษ จะทำให้เราได้ต้นกล้าที่มีโครงสร้างรากที่มีคุณภาพ

หลอดลักษณะพิเศษ คือหลอดที่

  • มีมุม
  • มีสัน
  • มีช่องอากาศ

หลอดลักษณะพิเศษ ช่วยรากได้อย่างไร

เมื่อรากเดินมาชนขอบหลอดเจอมุม รากที่มีการเจริญเติบโตตามแรงโน้มถ่วงของโลก ก็จะเดินดิ่งลงข้างล่างเป็นแนวตรง เช่นเดียวกันกับรากที่เดินมาเจอสัน ในระยะที่ต่างกันออกไป

ต้นกระดาษ จุดเด่น
หลอดลักษณะพิเศษ

ช่องอากาศ สำคัญยังไง

เมื่อรากเดินมาถึงช่องอากาศ รากจะหยุดการเจริญเติบโต เพื่อให้พร้อมแตกแขนงรากใหม่ โตได้ต่อเนื่องทันทีเมื่อเจอดิน ทำให้กล้าตั้งตัวได้ไว ไม่ชะงัก และโตอย่างสม่ำเสมอ

หลอดที่มีลักษณะพิเศษนี้ ช่วยให้รากกระจายทุกทิศทาง มีความสมดุลของโครงสร้างรากรอบโคนต้นกล้า รากไม่วน ขดอยู่ในหลอด หมดปัญหากล้าล้มเมื่อลงดิน อย่างสิ้นเชิง

นอกจากความสวยของต้นกล้า ที่เห็นโดดเด่นขึ้นมาจากภาชนะเพาะชำแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่เราจะขยับมองลึกลงไปข้างล่างอีกสักหน่อย ระบบโครงสร้างรากสมดุล แข็งแกร่ง พอที่จะเป็นรากฐานสำคัญ ในการพาต้นกล้าเจริญเติบโตไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ต้นกระดาษ ที่มี จุดเด่น ในด้านคุณสมบัติของรากที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่เริ่มต้นนี้ จะตอบคำถามของทุกท่านได้อย่างชัดเจนว่า ทำแล้วคุ้มค่า ที่สำคัญที่สุดคือ ลงทุนแล้วได้ผลผลิตตามความคาดหวังอย่างน่าพอใจ

ปลายไม้ ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง


ปลายไม้ก็เป็นเชื้อเพลิงได้

การต่อยอดงานพัฒนาเพื่อคัดส่วนประกอบไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด นำเอายอดไม้ ปลายไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส มาใช้เป็นเชื้อเพลิง ไม่ต้องทิ้ง นำไปเป็นไม้เชื้อเพลิงชีวมวล สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบที่หาได้โดยทั่วไป ทั้งเศษไม้ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จึงไม่เป็นภาระต่อเกษตรกรที่ใช้ อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้เป็นชีวมวล จึงไม่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

โดยเก็บรวบรวมเอา ยอดไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส ที่ปกติ เกษตรกรจะทิ้งไว้ในแปลง หรือ เผาทิ้ง หลังจากตัดไม้ตามขนาดไม้ ส่วนที่ขายได้ออกไปแล้ว จะเหลือส่วนยอดจะมีใบเยอะ เกษตรกรจะทิ้งไว้ในแปลง บ้างก็เผาทิ้งบ้างทำให้เกิดควัน สร้างมลพิษในอากาศ เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และเป็นภาระในการกำจัดของเกษตรกรเอง

จึงมีการส่งเสริมพัฒนาให้เกษตรกรเก็บยอดไม้ กิ่งไม้ กลับเอามาขายเพื่อเข้าเครื่องสับที่โรงไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง ส่งเสริม และสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรได้อีกทาง

ประโยชน์ของไม้แบบยั่งยืน

ไม้เชื้อเพลิงชีวมวลนั้นยังนับเป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดหนึ่งด้วยเนื่องจาก เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถหาได้ และเกิดทดแทนขึ้นในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นวัฏจักรไปเรื่อย ๆ

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และป้องกันความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการทำไม้ จะต้องปลูกไม้หลายชนิดที่มีอายุให้ตัดฟันไปขายได้หลายระยะเวลา เพื่อเกษตรกรจะมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลูกทั้งไม้โตเร็ว อายุรอบตัดฟันแค่ 3-4 ปี อย่างไม้ต้นกระดาษ และไม้ยูคาลิปตัส ปลูกในวงรอบนอกของเขตพื้นที่แปลง เพิ่มความสะดวกในการตัดฟันและช่วยป้องกันลมให้กับชนิดไม้อื่นที่โตช้า

เป็นที่มาของคำว่า “ขายได้ตั้งแต่โคนยันปลาย”

ปลายไม้_ยอดไม้ต้นกระดาษใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง

ไม้เชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าซื้อมาเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยการเอาเข้าเตาเผาสร้างพลังงานความร้อนเข้าไปในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งโรงไฟฟ้าจะเน้นทำการรับซื้อไม้เชื้อเพลิงจากกลุ่มเกษตร หรือผู้ผลิตโดยตรงไม่ผ่านตัวแทนหรือตัวกลาง เพื่อให้เงินค่าเชื้อเพลิงถึงมือเกษตรกรโดยตรง หรือผู้ผลิตขั้นแรกอย่างเต็มที่

แบบจ้างผู้รับเหมา

มีทีมงานเข้าเก็บในแปลงของบริษัทในเครือ โดยจะได้รับข้อมูลแปลงมาประกอบการพิจารณา หลังจากนั้นดำเนินการประเมินหน้างานและจ้างผู้รับเหมาเก็บ

แบบรับซื้อตรงจากลูกค้า

โดยที่ลูกค้าบางรายเป็นเจ้าของสวนแปลงต้นกระดาษ แปลงไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งมีลูกค้าบางรายไม่ได้เป็นเจ้าของสวนแต่มีญาติก็เก็บในแปลงญาติๆ มาขาย
หรือลูกค้าบางรายไปขอซื้อไม้ทิ้งในแปลงจากชาวบ้านอื่นๆ เพราะแปลงตัวเองเก็บหมดแล้ว แปลงญาติเก็บหมดแล้ว (3-4 ปี จึงจะเริ่มตัดใหม่) นำมาขายให้โรงไฟฟ้าหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

การจะปลูกไม้มีค่าให้ได้คุณภาพ ตัดขายได้ราคาดี สิ่งสำคัญที่สุด เกษตรต้องคำนึงถึง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน น้ำ และพันธุ์ไม้ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ในท้องถิ่น สำหรับไม้ที่มีคุณค่า สร้างรายได้ระยะยาวและหมุนเวียนได้ตลอด ตัดฟันมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

ไม้เชื้อเพลิง มีอะไรบ้าง สร้างรายได้ในท้องถิ่นไหม

ไม้เชื้อเพลิง มีอะไรบ้าง

ไม้เชื้อเพลิง มีอะไรบ้าง ที่หาง่าย ต้นทุนต่ำ และสามารถสร้างรายได้ในท้องถิ่น ไม้ที่นำมาใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง มีทั้ง ไม้โตเร็ว ไม้โตปานกลาง ไม้โตช้า ไม้กินได้ ไม้ใช้งาน หรือไม้เศรษฐกิจ

ซึ่งหากเป็นไม้เศรษฐกิจ อาจจะแยกเป็น 2 ชนิด คือ
1. ไม้ต้นทุน คือ ไม้ที่ลงแรงปลูก หรือไม้ที่ต้องใช้งบประมาณลงทุนลงแรงในการปลูก
2. ไม้กำไร คือ ไม้ที่โตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ด ถือเป็นไม้พลังงาน ไม้เชื้อเพลิง ทำถ่าน ทำฟืน

ไม้เหล่านี้หาได้ไม่ยาก สามารถหาได้ในแต่ละท้องถิ่น

โดยเฉพาะในประเทศไทย มีพืชพรรณไม้ที่หลากหลายชนิดในแต่ละภูมิภาคหาได้จากรอบๆบ้าน เช่น ไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส ไม้ยาง ไม้สน ไม้กระถิน ไม้มะขาม และพวกไม้สวน ซึ่งเกษตรกรปลูกตามหัวไร่ปลายนา เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่นิยมปลูกตามพื้นที่ว่างเปล่าบ้าง ปลูกเพื่อเป็นไม้เศรษฐกิจบ้าง ปลูกไว้เป็นอาหาร พืชสมุนไพร แต่พอถึงระยะเวลาหนึ่งต้นไม้เจริญเติบโตเต็มที่ ต้องมีการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้เกิดความสวยงามของพื้นที่ หรือรูปทรงของต้นไม้สิ่งที่เหลือเหล่านั้นเกษตรกรจะนำไปทิ้งหรือไม่ก็เผาไฟทิ้ง ไม่เกิดประโยชน์กับพื้นที่ทำให้ดินเสื่อมโทรม และยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศอีกด้วย

ไม้เชื้อเพลิง มีอะไรบ้าง

จุดเด่นของ ไม้เชื้อเพลิง มีอะไรบ้าง

เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถหาได้ง่ายโดยมีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อนำมาแปรรูปเชื้อเพลิงชีวมวลมาเป็นพลังงานมีต้นทุนที่ไม่สูงนัก อย่างเช่น ในพื้นที่ชนบทบางพื้นที่ได้นำไม้ฟืนมาใช้เพื่อเป็นแหล่งความร้อนสำหรับประกอบอาหาร ช่วยให้ความอบอุ่น หรือในพื้นที่ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าก็สามารถนำเชื้อเพลิงชีวมวลที่สามารถหาได้รอบ ๆ พื้นที่นั้นมาเป็นเชื้อเพลิงขั้นต้นสำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน ไม้เชื้อเพลิงสู่โรงไฟฟ้า แหล่งพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่และใช้มานาน รวมถึงทรัพยากรป่าไม้(ต้นไม้) เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทดแทนได้ นั่นคือสามารถปลูกทดแทนหมุนเวียนการใช้ได้ ถือเป็นไม้ที่สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ

ประเภทไม้เชื้อเพลิงที่รับซื้อ

ส่วนใหญ่ก็จะเป็นไม้สวน ไม้ยางพารา ไม้ต้นกระดาษ ไม้ยูคาลิปตัส และไม้ทั่วไปที่ไม่ผิดตามที่กฎหมายกำหนด ไม้กลุ่มนี้มาจากสวนผลไม้ หรือแปลงไม้ของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมากจากโค่นไม้สวนที่เปลี่ยนรอบการปลูก เป็นไม้ที่ต้องการเตรียมพื้นที่ปลูก หรืออาจเป็นไม้ที่เหลือจากกลุ่มโรงงานแปรรูปไม้ต่าง ๆ เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน หรือกลุ่มผู้ผลิต โดยไม่ต้องเอาไปทิ้ง หรือ เอาไปเผาให้เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันมีจุดรับซื้อมากกว่า 80 แห่งทั้งโรงชิพ และ HUB กระจายอยู่ใน ภาคอีสาน ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก โดยไม้เชื้อเพลิงที่จะรับซื้อก็จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือกลุ่มแรกที่ยังไมได้สับ เช่น ไม้ท่อน ไม้ฟืน ปีกไม้ และกลุ่มที่สองกลุ่มที่ผ่านสับย่อยแล้ว เรียกว่า ชิพเชื้อเพลิง

นอกจากนี้การเพาะปลูกพืชชีวมวล(ไม้เชื้อเพลิง) ยังสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นเพิ่มเติมอีกด้วย

7 เรื่องเด็ด รับซื้อไม้

รับซื้อไม้

1. สาขารับซื้อไม้อยู่ที่ไหนบ้าง?

อยู่ในภาคตะวันออก ภาคกลาง/เหนือ ภาคอีสานตอนล่าง/ตอนบน ที่จุดรับซื้อไม้ของบริษัท

2. การวัดขนาดไม้ควรวัดระดับไหน?

วัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ความสูงระดับอก หรือสูงจากพื้น 130 cm วิชาการป่าไม้เรียกระดับที่ DBH ย่อมาจาก Diameter at Breast Height

3. มาตรฐานการรับซื้อไม้ต้นกระดาษ มีอะไรบ้าง?

  • อายุไม้ ตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป (แนะนำให้ขาย อายุ 4-5 ปี จะได้น้ำหนักและราคาดี)
  • เส้นรอบวง ขนาดตั้งแต่ 30 ซ.ม. ขึ้นไป
  • ความสูง ตั้งแต่ 13.5 เมตรขึ้นไป
มาตรฐานการรับซื้อไม้ต้นกระดาษ มีอะไรบ้าง?

4. รับซื้อไม้อะไรบ้าง มีกี่ชนิด?

ไม้ต้นกระดาษ ต้นยูคาลิปตัส รับซื้อตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคือ

  • ไม้รวม 1.5 นิ้วขึ้นไป
  • ไม้คัด 2-4 นิ้ว
  • และไม้คัด 4-8 นิ้ว

แนะนำรอให้ไม้โตอีกหน่อย อายุ 4-5 ปี จะได้น้ำหนักและราคาดี โดยมีรับซื้อแบบ ไม้เหมาแปลง ไม้เชื้อเพลิง (ไม่จำกัดเส้นผ่านศูนย์กลาง) เช่น กระถินยักษ์ กระถินเทพา กระถินณรงค์ สะเดาเทียม สนทะเล สนประดิพัทธ์ มะไฟบ้าน มะปรางบ้าน มะขาม ไม้จามจุรี ไม้ยางพารา รากต้นกระดาษ เป็นต้น

5. รับซื้อราคาเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับ ขนาดไม้ตามมาตรฐานท่อเทียบวัด ณ จุดรับซื้อไม้ ช่วงขนาดไม้เขียวถึงไม้ฟ้า ได้ราคาดี

  • 1.5 นิ้ว (ไม้แดง)
  • 2 นิ้ว (ไม้เขียว)
  • 4 นิ้ว (ไม้ฟ้า)

6. หลักเกณฑ์การพิจารณาก่อนตัดฟัน?

เกษตรกรควรพิจารณา อายุ ความสูง เส้นรอบวงของต้นไม้ ความพร้อมหรือความต้องการใช้เงินรวมทั้งราคารับซื้อและสัญญาข้อตกลง

7. อยากได้ราคาไม้สูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

อยากได้ราคาไม้สูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

เลี้ยงไม้ไว้อายุ 4-5 ปี ต้นจะโตสมบูรณ์ได้เนื้อไม้ดีน้ำหนักดี ราคาก็ดีแน่นอน

ต้นกระดาษ ปลูกได้ในดินลูกรัง

ต้นกระดาษปลูก ได้ใน ดินลูกรัง

ดินลูกรัง เป็นดินที่มีศักยภาพในการเกษตรต่ำมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินเป็นกรด เป็นเนื้อดินหยาบ ปริมาณเนื้อดินค่อนข้างน้อย การใช้ประโยชน์ที่ดินจำเป็นต้องมีการจัดการที่เหมาะสม

ดินที่มีกรวดปนมักเป็นดินที่ขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายและมีข้อจำกัดในการเลือกชนิดของพืชปลูก จำเป็นต้องจัดการเป็นพิเศษ การปลูกพืชติดต่อกันในดินนี้จะทำให้ปริมาณธาตุอาหารในดินลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน้าดินมักเกิดการกร่อนได้ง่าย ปัจจุบันดินนี้ยังใช้ประโยชน์ในด้านการเพาะปลูกไม่มากนัก

การจัดการดินลูกรัง

การวางแผนการใช้ที่ดินลูกรัง

สามารถปลูกพืชโตเร็ว หรือไม้ใช้สอยอย่างไม้ต้นกระดาษได้ เมื่อไม้โตสามารถตัดขายเป็นไม้เข็ม หรือ ไม้เหมาแปลง ได้ ส่วนอื่นที่เหลือจากการตัดขาย เช่น ปลายไม้ ยังขายเป็น ไม้เชื้อเพลิง เพิ่มรายได้อีกทาง โดยแบ่งพื้นที่สูงเป็นไม้โตเร็วรักษาความชุ่มชื้น พื้นที่ตอนกลางเป็นพืชอายุสั้นทนแล้ง และพื้นที่ส่วนหนึ่งขุดบ่อเก็บน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงฝนทิ้งช่วง

ปลูกต้นกระดาษ ใน ดินลูกรัง

การปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน

โดยการปลูกพืชเป็นแถว หรือการไถพรวนขวางความลาดชัน มีการปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชปุ๋ยสด เป็นแบบ วนเกษตร ร่วมด้วย เพื่อปรับปรุงบำรุงดินส่วนการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก มีความจำเป็นอย่างมากในพื้นที่นี้ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ของดิน และสมบัติทางกายภาพของดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินให้ดีขึ้น

การจัดการเรื่องน้ำ

ต้องมีการจัดการน้ำในพื้นที่ โดยการป้องกันการระเหยของน้ำ เช่น การใช้วัสดุคลุมดิน การปลูกพืชคลุมดินเพื่อเก็บน้ำฝนลงในดิน ให้ดินเป็นพื้นที่เก็บน้ำ ทำคันดินชะลอการไหลของน้ำ ทำคันคูรับน้ำ เพื่อรวบรวมน้ำลงในบ่อ รวมทั้งแนวกันไฟในช่วงฤดูแล้ง

การปรับปรุงบำรุงดินลูกรัง เพื่อปลูกพืช เพิ่มผลผลิต

ควรมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก รองก้นหลุมเพื่อให้ดินมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหาร อุ้มน้ำได้มากขึ้น เร่งการเจริญเติบโตของพืชในระยะแรก ทำให้พืชแข็งแรง มีรากหยั่งลึก หาอาหารได้มากขึ้น

เทคนิคการปลูกไม้โตเร็วอย่างต้นกระดาษในดินลูกรัง คือ ต้องขุดหลุมให้กว้างกว่าปกติแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก จากนั้นให้คลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้า เพื่อรักษาความชื้น

ไม้เชื้อเพลิง พลังงานจากพื้นที่เสื่อมโทรม

ไม้เชื้อเพลิง พลังงานจากพื้นที่เสื่อมโทรม

ไม้เชื้อเพลิง เป็นท่อนไม้ที่ถูกนำมาเผาเพื่อให้เกิดพลังงาน นำไปใช้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร้อนเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในอุตสาหกรรม นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทดแทนน้ำมัน

ไม่เพียงแต่ไม้ที่เป็นท่อนลำใหญ่ เช่น ไม้สะเดาเทียม ไม้สนทะเล ไม้มะไฟบ้าน ไม้มะปรางบ้าน ไม้มะขาม ไม้จามจุรี หรือไม้ยางพารา วัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร จำพวก ฟางข้าว ใบอ้อย เหง้ามัน ซังข้าวโพด ปลายไม้ต้นกระดาษ รากต้นยูคาลิปตัส ก็ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานด้วยเช่นกัน

ไม้เชื้อเพลิงที่ดี ควรมีคุณสมบัติที่ให้ค่าความร้อนสูง มีความหนาแน่นไม้สูง ปริมาณขี้เถ้าต่ำ และมีปริมาณลิกนินสูง อาทิเช่น กระถินยักษ์ กระถินเทพา กระถินณรงค์ ไม้ยูคาลิปตัส สนประดิพัทธ์

ไม้เหล่านี้ ถือเป็นไม้โตเร็ว ที่สามารถนำมาพัฒนาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเป็นไม้ที่สามารถปลูกได้บนดินที่เสื่อมโทรม ทนต่อโรคต่อแมลง และให้ผลผลิตสูง ไม้บางชนิดนอกจากโตเร็วแล้วยังสามารถแตกหน่อหลังจากตัดฟัน ให้ผลผลิตได้มากกว่า 1 รอบ

ไม้เชื้อเพลิง พลังงานจากพื้นที่เสื่อมโทรม

พื้นที่เกษตรกรรม ที่ปลูกพืชมาอย่างต่อเนื่อง สูญเสียธาตุอาหารในดิน ส่งผลให้มีผลผลิตลดลง พื้นที่การเกษตรเหล่านี้กลายเป็นที่ดินเสื่อมโทรม ไม่สามารถปลูกพืชบางนิดได้ ในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

การปลูกไม้โตเร็วเหล่านี้ บนพื้นที่ที่มีธาตุอาหารในดินน้อย นอกจากจะได้ผลผลิตเพื่อนำไปสร้างพลังงาน ในระหว่างที่ปลูก ใบที่ร่วงหล่นยังสามารถช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดิน ค่อยๆ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินได้อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากจะลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอย่างมหาศาล การใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสื่อมโทรมเพื่อสร้างพลังงานทดแทน ก็ถือเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพลังงาน และเพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสื่อมโทรมได้อีกทางหนึ่ง

18 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับต้นกระดาษ

เมื่อพูดถึงต้นกระดาษ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่ามันคือต้นอะไร อยากจะปลูกต้องทำยังไง จะซื้อต้นพันธุ์จากไหน ราคาเท่าไหร่ มีวิธีการปลูกอย่างไร ฯลฯ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับต้นกระดาษ มาให้ทุกท่านได้ทราบกันว่ามีอะไรบ้างไปดูกันเลย?

1. ต้นกระดาษคืออะไร/ ต้นยูคาลิปตัสกับต้นกระดาษคือต้นเดียวกันมั้ย?

เป็นต้นเดียวกันครับ แต่ “ต้นกระดาษ” ได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย มีลักษณะต้นตรง ทนแล้ง น้ำหนักดี ไม่มีรากแก้ว

2. “กล้าเพาะเมล็ด” กับ “กล้าเนื้อเยื่อ” แตกต่างกันอย่างไร?

  • การเพาะเมล็ด ต้องอาศัยเพศในการเพาะ (ทำให้ต้นไม้กลายพันธุ์ได้ง่าย)
  • การเพาะเนื้อเยื่อ ไม่อาศัยเพศ ใช้วิธีติดตา ต่อกิ่ง ทาบกิ่ง ปักชำ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (คงสภาพพันธุ์สม่ำเสมอให้ผลผลิตสูง)

3. เป็นสมาชิกต้นกระดาษทำยังไง และได้อะไรบ้าง?

“ง่ายๆ เพียงทำสัญญาต้นกระดาษกับทางบริษัทฯ” ได้กล้าราคาพิเศษกว่าท้องตลาด ได้รับความรู้เรื่องการปลูก การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ ได้รับซื้อไม้คืนเมื่อไม้ครบอายุ ตามราคาตลาดขณะนั้น

4. ต้นกระดาษมีสายพันธุ์อะไรบ้าง?

ปัจจุบันทางบริษัทฯ มีต้นกระดาษอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ K7, K62 และ PT911 ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เช่น K7 เหมาะกับพื้นที่ดินร่วน ดินร่วนเหนียว ชอบในที่ลุ่ม K62 และ PT911 เหมาะกับดินร่วน/ดินร่วนปนทราย ชอบที่แล้งหน่อย ปริมาณน้ำฝนไม่สูงมาก

5. ราคาต้นกระดาษ ราคาเท่าไหร่?

ราคาจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล เนื่องจากฤดูแล้ง ความชื้นในดินน้อย แต่สภาพอากาศเอื้อให้เพาะขยายพันธุ์ได้ดี ส่วนฤดูฝน ความสัมพัทธ์ในอากาศสูง การเพาะกล้าค่อนข้างจะลำบาก เนื่องจากไม่ค่อยมีแสงแดด

6. ไม่ใช่สมาชิก ซื้อต้นกระดาษได้มั้ย?

สามารถซื้อกล้าได้ครับ ซึ่งจะมีแบบขายขึ้นทะเบียน คือ เป็นการซื้อแบบขายขาด ไม่ต้องลงทะเบียนกับทางบริษัทฯ

7. ขายทำสัญญาคืออะไร? มีเงื่อนไขยังไงบ้าง?

มีทำสัญญาบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งทางบริษัทฯ ขายกล้าให้ในราคาพิเศษ ราคา 1.50 – 1.75 บาทต่อต้น โดยมีเงื่อนไขคือ เมื่อไม้โตต้องนำไม้ที่ตัดมาขายกับทางบริษัทฯ ในตอแรก

8. ถ้าวางแผนปลูกต้นกระดาษในปีหน้า ควรสั่งกล้าเดือนไหน?

จองก่อนปลูกซัก 1 เดือน และคอยติดตามโปรโมชั่นดีๆ จากเพจต้นกระดาษกันได้เลย

9. บริษัทฯ มีกล้าแบบส่งเสริมมั้ย?

กล้าส่งเสริม คือ การให้กล้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อไม้โตตัดไม้คืนบริษัทฯ ในราคาท้องตลาด แต่ด้วยปัญหาที่พบคือ ทางลูกค้าบางส่วนได้รับกล้าไปแล้ว ไม่ได้นำไปปลูก เอาไปวางทิ้งไว้ แล้วปล่อยให้ตาย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายพอสมควร ปัจจุบันจึงไม่มีกล้าส่งเสริมแล้ว หากมีโครงการทางบริษัทจะแจ้งให้ลูกค้ารับทราบในเพจ แต่ถ้าสนใจก็จะมีกล้าขายให้ครับ

10. พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ต้นกระดาษกี่ต้น?

ใช้ต้นกระดาษประมาณ 355 ต้น ซึ่งมีวิธีการคำนวนง่ายๆ ทางเกษตรกรสามารถนำไปคำนวณจำนวนต้นที่จะปลูกในพื้นที่ของตัวเองได้เลย

  • โดยการเอาระยะห่างระหว่างต้น x ระยะห่างระหว่างแถว / พื้นที่ตารางเมตร เช่น 1.5×3/1600 (ระยะห่างระหว่างต้น 1.5 x ระยะห่างระหว่างแถว 3 / พื้นที่ตารางเมตร 1600) = 355 ต้น

11. สั่งจองกล้ามีมัดจำมั้ย?

ค่ามัดจำจะมีเป็นบางช่วง บางเวลา โดยปกติค่ามัดจำจะอยู่ที่ต้นละ 0.50 – 1 บาท หากลูกค้าต้องการกล้าภายในเดือน และมีกล้าในเดือนอยู่ ก็ไม่ต้องมีการวางมัดจำ แต่ถ้าต้องการจองล่วงหน้าเอาไว้ ต้องจ่ายค่ามัดจำไม่เกินต้นละ 1 บาท

12. ขั้นต่ำต้องจองกี่ต้น?

ขั้นต่ำจริงๆ แล้ว ทางบริษัทฯ ไม่มีกำหนดตายตัวเอาไว้ที่แน่นอน จะพิจารณาจากพื้นที่เป้าหมายว่าอยู่ในรอบรัศมีจุดรับซื้อไม้ หรือนอกรัศมีจุดรับซื้อไม้

13. คิดค่าขนส่งอย่างไร?

  • ค่าขนส่งกล้า

หากอยู่ในพื้นที่เป้าหมายรอบรัศมีจุดรับซื้อไม้ของบริษัทฯ ทางพนักงานจัดส่งให้ไม่มีค่าขนส่งครับ เป็นบริการของทางบริษัทฯ ส่วนนอกพื้นที่ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของทางพนักงานกับลูกค้าครับ

  • ค่าขนส่งตัดไม้

หลักในการคิดค่าขนส่งคือ ไม้น้ำหนัก 1 ตัน วิ่ง 1 กิโลเมตร ค่าขนส่ง 1 บาท ก็จะสามารถคำนวณได้แล้วว่าค่าขนส่งไม้เท่าไหร่

14. ต้นกระดาษริดกิ่งไป เป็นอะไรมั้ย?

ไม่เป็นอะไรครับ โดยปกติแล้วต้นกระดาษจะริดกิ่งเองได้ในช่วงอายุ 1 ปีขึ้นไป แต่ถ้าอยู่ในช่วงเริ่มปลูก – 1 ปี ต้องการริดกิ่งเอง ให้ดูพื้นที่ของแปลงปลูกและฤดูกาล หากเป็นช่วงเดือนก.ย. ซึ่งฝนตกชุก ความชื้นในดินจะสูง ทรงพุ่มจะคลุมดิน อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย ทำให้เกิดโรคใบใหม้ตามมา ดังนั้น การริดกิ่งหรือสางกิ่งด้วยตัวเอง ก็จะช่วยให้เกิดการระบาย ไม่สะสมความชื้นเอาไว้

15. มีศูนย์จำหน่ายกล้าและจุดรับซื้อไม้ที่ไหนบ้าง?

จะมีในโซนของภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคอีสาน ซึ่งสามารถไปซื้อกล้าหรือขายไม้ได้ทุกๆ ที่ ใกล้ๆ บ้านท่านได้เลย หรือสามารถ inbox มาสอบถามในเพจต้นกระดาษ/LINE หรือสอบถามโดยตรงกับทางพนักงานในพื้นที่ก็ได้เช่นเดียวกัน

16. รับซื้อคืนมั้ย?

รับซื้อคืนแน่นอน!!! โดยจะรับซื้อในราคาตามท้องตลาด ณ ขณะนั้น

17. สนใจจะเป็นตัวแทนจำหน่าย ต้องทำยังไง?

สมัครโดยติดต่อทางโทรศัพท์โดยตรงกับทางพนักงานได้เลย หรือจะแจ้งมาทาง inbox ใน
เพจต้นกระดาษ/LINE ก็ได้ครับ จะมีการแนะนำและพูดคุยรายละเอียด ซึ่งการสมัครจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

18. ยอดต้นกล้า “แดง” หรือ “เขียว” เป็นอะไรมั้ย?

ไม่เป็นอะไรครับ ยอดต้นกล้าที่มีสีแตกต่างกัน เกิดจาก

  • ลักษณะประจำพันธุ์ของสายพันธุ์นั้นๆ
  • สภาพอากาศ เช่น ช่วงเวลาในฤดูฝน ท้องฟ้าปิด แดดไม่ค่อยออก ยอดต้นกล้าก็จะไม่ค่อยมีสีสันเท่าไหร่ สีซีดๆ หน่อย หากลักษณะประจำสายพันธุ์ที่ยังต้องมียอดแดงหรือยอดเขียวอยู่ ก็จะแดงหรือเขียวไม่เท่าตอนที่มีแดด


7 ขั้นตอน ใส่ขี้ไก่ในแปลงต้นกระดาษให้ได้ผล

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ให้ถูกวิธี

ในการปลูกพืชไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ทุกคนก็ต้องการที่จะให้พืชของตนเองนั้นเจริญเติบโต แข็งแรง มีคุณภาพ ให้ผลผลิตที่ดี สามารถขายได้ในราคาที่คุ้มค่า ต้นกระดาษก็เช่นกัน เมื่อเกษตรกรปลูกแล้วก็ต้องการที่จะให้ไม้โตไว ขายได้ราคาดี ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นได้ก็ด้วยการดูแลบำรุง มีเทคนิคในการใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธีนั่นเอง

โรยขี้ไก่ในแปลงต้นกระดาษ

ขี้ไก่ ได้มาจากมูลของไก่ที่กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเศษของรำ เมล็ดพืช แมลง โดยเปลี่ยนแปลงในระบบย่อยอาหารของไก่ เหลือเป็นกากของไก่สัตว์ขับถ่ายออกมา

ดังนั้น ในส่วนที่เป็นมูลไก่จึงอุดมไปด้วยธาตุอาหารชนิดต่างๆ รวมทั้งสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้หลายชนิด ซึ่งเมื่อรวมกันเข้าก็จะมีองค์ประกอบที่สามารถใช้เป็นธาตุอาหารที่สมบูรณ์ของพืชได้ เหมาะกับพืชทั่วไป ไม้เหมาแปลง และแปลงวนเกษตร

ประโยชน์ของขี้ไก่

  • ทำให้ดินร่วนซุย ไม่จับตัวกันเป็นแผ่น
  • ธาตุอาหารในดินดี
  • ช่วยให้รากของพืชสะสมอาหาร ดูดไปใช้งานงานได้ง่าย
  • ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินเพิ่มปริมาณอินทรีย์วัตถุในดิน
ขี้ไก่

วิธีใส่ขี้ไก่ให้ถูกวิธีและได้ผลดี

  1. การใส่ปุ๋ยมี 3 แบบ
    • ตอนเตรียมพื้นที่ (หลังผาล3 ก่อนผาล7)
    • ใส่รองก้นหลุมระหว่างปลูก
    • ใช้เครื่องโรย หรือเครื่องหว่านโรยในร่อง (ซ้าย-ขวา)
  2. ปริมาณการใส่ปีละครั้ง
    • ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ 1 ตัน/ไร่
    • แปลงที่มีต้นกระดาษแล้ว 1 ตัน/ไร่
  3. การโรยต้องสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง
  4. ห่างจากโคนต้นไม่ต่ำกว่า 50 ซม.
  5. หากแปลงไหนที่ยังไม่ได้ไถ ให้ไถกลบทันทีหลังจากโรยขี้ไก่เสร็จ
  6. เก็บกวาดบริเวณกองขี้ไก่ให้เรียบร้อย ไม่ให้มีขี้ไก่หลงเหลือ
  7. การใส่จะต้องไม่ทำให้ต้นกระดาษได้รับความเสียหาย

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรใส่ชิดโคนต้น เนื่องจากขี้ไก่มีความเค็มมากเกินไป อาจทำให้ใบแห้งได้ บริเวณกองขี้ไก่ควรให้ห่างต้นกระดาษ และแหล่งน้ำ
ข้อมูลอ้างอิง
http://www.mitrpholmodernfarm.com/news/2020/07/ประโยชน์ของปุ๋ยมูลสัตว์ต่อการเจริญเติบโตของพืช

โรคลมแดด ภัยร้อน ที่อาจเกิดขึ้นได้ในหน้าหนาว

ภัยร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในหน้าหนาว

สาเหตุ

  • โรคลมแดด เกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนได้
  • เกิดจากความร้อนจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว
  • เกิดจากการใช้กำลังอย่างหนัก จนร่างกายมีอุณหภูมิสูง

อาการ

  • อาการเริ่มต้น เวียนหัว -> ปวดหัว -> อ่อนแรง -> คลื่นไส้
  • อาการมากขึ้น สับสน -> พูดไม่ชัด ->กระสับกระส่าย -> เห็นภาพหลอน
  • รุนแรงมาก ชักเกร็ง -> โคม่า
  • อาการเด่นชัด ตัวร้อนมาก และมีสีผิวแดงกว่าปกติ

วิธีช่วยเหลือ

  • ลดอุณหภูมิภายในร่างกายของผู้ป่วย
  • ใช้น้ำพรมตามร่างกาย
  • ใช้พัดลมเป่าให้น้ำระเหย
  • ใช้ถุงน้ำแข็งประคบตามรักแร้ คอ หลังและขาหนีบ

วิธีเลี่ยง

  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ น้ำช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายเย็นลง
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิดที่เพิ่มความร้อนให้ร่างกาย
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป

คำแนะนำ : หลีกเลี่ยงการใช้กำลังกายอย่างมากในช่วงที่มีอุณหภูมิร้อนจัด ควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้า หรือช่วงเย็น