ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร รวมคำตอบมาให้แล้ว

รวมคำตอบ ปลูกต้นกระดาษ

อะไรที่ทำให้คนอยากปลูกต้นกระดาษ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร ปลูกต้นกระดาษดีไหม? การปลูกต้นกระดาษ เป็นการลงทุนปลูกครั้งเดียว แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาว การปลูก 1ครั้ง จะสามารถ ไว้ได้ 2 รอบตัดฟัน (6-10 ปี) เมื่อตัดเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบแรก ต้นกระดาษจะแตกหน่อขึ้นมาใหม่ และยังให้ผลผลิตดีในรอบถัดไป ด้วยความคุ้มค่านี้ ทำให้ต้นกระดาษเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาด้านการปลูกพืชอื่นแล้วได้ผลผลิตต่ำ

ปลูก ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร ให้เป็นการเริ่มต้นที่ดี

อยากเริ่มต้นปลูกให้ดี มี 3 เรื่องหลัก ที่ต้องจัดการกับพื้นที่ คือ

วางระยะปลูก

  • การวางระยะปลูก เพื่อให้เข้าจัดการแปลงได้ง่าย แต่ยังคงให้จำนวนต้นต่อไร่สูงพร้อมกับระยะที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตที่ดีของต้นกระดาษ ข้อแนะนำคือ ระยะ 1.5×3 เมตร และวางแนวปลูก โดยวางร่อง 3 เมตร ในแนว ทิศตะวันออก-ตะวันตก จะทำให้ต้นกระดาษได้รับแสงอย่างทั่วถึงตลอดทั้งวัน

วางแผนรับมือกับฝนทิ้งช่วง

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร
  • วางแผนรับมือกับฝนทิ้งช่วง หากเป็นพื้นที่แล้งน้ำน้อย สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการจัดเก็บน้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อให้เพียงพอในหน้าแล้ง การวางร่องน้ำเป็นระยะๆ สำหรับพื้นที่มีน้ำน้อย ก็ถือเป็นการวางแผนที่ดีเพื่อรับมือกับปัญหาฝนทิ้งช่วง

วางแผนรับมือกับไฟ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร
  • วางแผนรับมือกับไฟ เหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นเหตุการณ์ที่คาดถึงได้ยาก ควรมีการวางแนวกันไฟที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว

ปลูกต้นกระดาษ ดูแลยากไหม

รดน้ำในช่วงแรก เมื่อตั้งตัวได้ปล่อยโตตามธรรมชาติ

เมื่อเริ่มปลูกรดอย่างน้อย 20 ลิตร/ต้น แต่หากปลูกไปแล้วระยะหนึ่ง ให้ดูสภาพต้นไม้ และเช็คสภาพดิน ใช้การสัมผัส ถ้าดินกำแล้วร่วนไม่ติดเป็นก้อน ควรทำการรดน้ำเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตแลตั้งตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็รดให้ดินมีความชื้น และนำดินแห้งกลบตามเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ

ความถี่ในการรด

ขึ้นอยู่กับชนิดดิน และอุณหภูมิ ดินเหนียวอาจจะเว้นระยะห่างได้มากกว่า ดินร่วนปนทราย แต่ดินทรายต้องรดค่อนข้างถี่เช่น 3 วัน รดครั้ง ครั้งละประมาณ 10-15 ลิตร จนกว่าต้นไม้จะแตกยอดใหม่

การใส่ปุ๋ย

ให้ต้นกระดาษโตเท่ากัน หรือไล่เลี่ยกันทั้งแปลง มีประโยชน์ในแง่ของการจัดการแปลงที่ง่ายขึ้น เทคนิคการใส่ปุ๋ยต้นกระดาษ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร

ไม้โตแค่ไหน ถึงจะขายได้

โดยปกติแล้วต้นกระดาษที่มีขนาดเหมาะสม และพร้อมตัดฟัน จะมีอายุตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป แต่หากตรวจวัดแล้วพบว่ามีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถพิจารณาตัดขายได้ วิธีวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ตามมาตรฐาน เพื่อประเมินผลผลิต

ตอ 2 ดูแลยังไง

ในระยะแรกเมื่อหน่อยังเล็ก ให้ดายวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แสงอย่างเพียงพอ และเมื่อต้นสูงพ้นวัชพืชแล้ว ให้ดายวัชพืชรอบโคนต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกแย่งธาตุอาหารในดิน เลือกไว้ตอ 2 อย่างไร

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร

ตามไปดูคาวบอยต้นกระดาษ อธิบาย การไว้และดูแลต้นกระดาษตอ 2 อย่างถูกวิธี ได้ที่นี่

7 เรื่องเด็ด รับซื้อไม้

รับซื้อไม้

1. สาขารับซื้อไม้อยู่ที่ไหนบ้าง?

อยู่ในภาคตะวันออก ภาคกลาง/เหนือ ภาคอีสานตอนล่าง/ตอนบน ที่จุดรับซื้อไม้ของบริษัท

2. การวัดขนาดไม้ควรวัดระดับไหน?

วัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ความสูงระดับอก หรือสูงจากพื้น 130 cm วิชาการป่าไม้เรียกระดับที่ DBH ย่อมาจาก Diameter at Breast Height

3. มาตรฐานการรับซื้อไม้ต้นกระดาษ มีอะไรบ้าง?

  • อายุไม้ ตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป (แนะนำให้ขาย อายุ 4-5 ปี จะได้น้ำหนักและราคาดี)
  • เส้นรอบวง ขนาดตั้งแต่ 30 ซ.ม. ขึ้นไป
  • ความสูง ตั้งแต่ 13.5 เมตรขึ้นไป
มาตรฐานการรับซื้อไม้ต้นกระดาษ มีอะไรบ้าง?

4. รับซื้อไม้อะไรบ้าง มีกี่ชนิด?

ไม้ต้นกระดาษ ต้นยูคาลิปตัส รับซื้อตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคือ

  • ไม้รวม 1.5 นิ้วขึ้นไป
  • ไม้คัด 2-4 นิ้ว
  • และไม้คัด 4-8 นิ้ว

แนะนำรอให้ไม้โตอีกหน่อย อายุ 4-5 ปี จะได้น้ำหนักและราคาดี โดยมีรับซื้อแบบ ไม้เหมาแปลง ไม้เชื้อเพลิง (ไม่จำกัดเส้นผ่านศูนย์กลาง) เช่น กระถินยักษ์ กระถินเทพา กระถินณรงค์ สะเดาเทียม สนทะเล สนประดิพัทธ์ มะไฟบ้าน มะปรางบ้าน มะขาม ไม้จามจุรี ไม้ยางพารา รากต้นกระดาษ เป็นต้น

5. รับซื้อราคาเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับ ขนาดไม้ตามมาตรฐานท่อเทียบวัด ณ จุดรับซื้อไม้ ช่วงขนาดไม้เขียวถึงไม้ฟ้า ได้ราคาดี

  • 1.5 นิ้ว (ไม้แดง)
  • 2 นิ้ว (ไม้เขียว)
  • 4 นิ้ว (ไม้ฟ้า)

6. หลักเกณฑ์การพิจารณาก่อนตัดฟัน?

เกษตรกรควรพิจารณา อายุ ความสูง เส้นรอบวงของต้นไม้ ความพร้อมหรือความต้องการใช้เงินรวมทั้งราคารับซื้อและสัญญาข้อตกลง

7. อยากได้ราคาไม้สูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

อยากได้ราคาไม้สูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

เลี้ยงไม้ไว้อายุ 4-5 ปี ต้นจะโตสมบูรณ์ได้เนื้อไม้ดีน้ำหนักดี ราคาก็ดีแน่นอน

ต้นกระดาษ ปลูกได้ในดินลูกรัง

ต้นกระดาษปลูก ได้ใน ดินลูกรัง

ดินลูกรัง เป็นดินที่มีศักยภาพในการเกษตรต่ำมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินเป็นกรด เป็นเนื้อดินหยาบ ปริมาณเนื้อดินค่อนข้างน้อย การใช้ประโยชน์ที่ดินจำเป็นต้องมีการจัดการที่เหมาะสม

ดินที่มีกรวดปนมักเป็นดินที่ขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายและมีข้อจำกัดในการเลือกชนิดของพืชปลูก จำเป็นต้องจัดการเป็นพิเศษ การปลูกพืชติดต่อกันในดินนี้จะทำให้ปริมาณธาตุอาหารในดินลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน้าดินมักเกิดการกร่อนได้ง่าย ปัจจุบันดินนี้ยังใช้ประโยชน์ในด้านการเพาะปลูกไม่มากนัก

การจัดการดินลูกรัง

การวางแผนการใช้ที่ดินลูกรัง

สามารถปลูกพืชโตเร็ว หรือไม้ใช้สอยอย่างไม้ต้นกระดาษได้ เมื่อไม้โตสามารถตัดขายเป็นไม้เข็ม หรือ ไม้เหมาแปลง ได้ ส่วนอื่นที่เหลือจากการตัดขาย เช่น ปลายไม้ ยังขายเป็น ไม้เชื้อเพลิง เพิ่มรายได้อีกทาง โดยแบ่งพื้นที่สูงเป็นไม้โตเร็วรักษาความชุ่มชื้น พื้นที่ตอนกลางเป็นพืชอายุสั้นทนแล้ง และพื้นที่ส่วนหนึ่งขุดบ่อเก็บน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงฝนทิ้งช่วง

ปลูกต้นกระดาษ ใน ดินลูกรัง

การปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน

โดยการปลูกพืชเป็นแถว หรือการไถพรวนขวางความลาดชัน มีการปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชปุ๋ยสด เป็นแบบ วนเกษตร ร่วมด้วย เพื่อปรับปรุงบำรุงดินส่วนการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก มีความจำเป็นอย่างมากในพื้นที่นี้ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ของดิน และสมบัติทางกายภาพของดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินให้ดีขึ้น

การจัดการเรื่องน้ำ

ต้องมีการจัดการน้ำในพื้นที่ โดยการป้องกันการระเหยของน้ำ เช่น การใช้วัสดุคลุมดิน การปลูกพืชคลุมดินเพื่อเก็บน้ำฝนลงในดิน ให้ดินเป็นพื้นที่เก็บน้ำ ทำคันดินชะลอการไหลของน้ำ ทำคันคูรับน้ำ เพื่อรวบรวมน้ำลงในบ่อ รวมทั้งแนวกันไฟในช่วงฤดูแล้ง

การปรับปรุงบำรุงดินลูกรัง เพื่อปลูกพืช เพิ่มผลผลิต

ควรมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก รองก้นหลุมเพื่อให้ดินมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหาร อุ้มน้ำได้มากขึ้น เร่งการเจริญเติบโตของพืชในระยะแรก ทำให้พืชแข็งแรง มีรากหยั่งลึก หาอาหารได้มากขึ้น

เทคนิคการปลูกไม้โตเร็วอย่างต้นกระดาษในดินลูกรัง คือ ต้องขุดหลุมให้กว้างกว่าปกติแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก จากนั้นให้คลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้า เพื่อรักษาความชื้น

7 ขั้นตอน ใส่ขี้ไก่ในแปลงต้นกระดาษให้ได้ผล

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ให้ถูกวิธี

ในการปลูกพืชไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ทุกคนก็ต้องการที่จะให้พืชของตนเองนั้นเจริญเติบโต แข็งแรง มีคุณภาพ ให้ผลผลิตที่ดี สามารถขายได้ในราคาที่คุ้มค่า ต้นกระดาษก็เช่นกัน เมื่อเกษตรกรปลูกแล้วก็ต้องการที่จะให้ไม้โตไว ขายได้ราคาดี ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นได้ก็ด้วยการดูแลบำรุง มีเทคนิคในการใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธีนั่นเอง

โรยขี้ไก่ในแปลงต้นกระดาษ

ขี้ไก่ ได้มาจากมูลของไก่ที่กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเศษของรำ เมล็ดพืช แมลง โดยเปลี่ยนแปลงในระบบย่อยอาหารของไก่ เหลือเป็นกากของไก่สัตว์ขับถ่ายออกมา

ดังนั้น ในส่วนที่เป็นมูลไก่จึงอุดมไปด้วยธาตุอาหารชนิดต่างๆ รวมทั้งสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้หลายชนิด ซึ่งเมื่อรวมกันเข้าก็จะมีองค์ประกอบที่สามารถใช้เป็นธาตุอาหารที่สมบูรณ์ของพืชได้ เหมาะกับพืชทั่วไป ไม้เหมาแปลง และแปลงวนเกษตร

ประโยชน์ของขี้ไก่

  • ทำให้ดินร่วนซุย ไม่จับตัวกันเป็นแผ่น
  • ธาตุอาหารในดินดี
  • ช่วยให้รากของพืชสะสมอาหาร ดูดไปใช้งานงานได้ง่าย
  • ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินเพิ่มปริมาณอินทรีย์วัตถุในดิน
ขี้ไก่

วิธีใส่ขี้ไก่ให้ถูกวิธีและได้ผลดี

  1. การใส่ปุ๋ยมี 3 แบบ
    • ตอนเตรียมพื้นที่ (หลังผาล3 ก่อนผาล7)
    • ใส่รองก้นหลุมระหว่างปลูก
    • ใช้เครื่องโรย หรือเครื่องหว่านโรยในร่อง (ซ้าย-ขวา)
  2. ปริมาณการใส่ปีละครั้ง
    • ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ 1 ตัน/ไร่
    • แปลงที่มีต้นกระดาษแล้ว 1 ตัน/ไร่
  3. การโรยต้องสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง
  4. ห่างจากโคนต้นไม่ต่ำกว่า 50 ซม.
  5. หากแปลงไหนที่ยังไม่ได้ไถ ให้ไถกลบทันทีหลังจากโรยขี้ไก่เสร็จ
  6. เก็บกวาดบริเวณกองขี้ไก่ให้เรียบร้อย ไม่ให้มีขี้ไก่หลงเหลือ
  7. การใส่จะต้องไม่ทำให้ต้นกระดาษได้รับความเสียหาย

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรใส่ชิดโคนต้น เนื่องจากขี้ไก่มีความเค็มมากเกินไป อาจทำให้ใบแห้งได้ บริเวณกองขี้ไก่ควรให้ห่างต้นกระดาษ และแหล่งน้ำ
ข้อมูลอ้างอิง
http://www.mitrpholmodernfarm.com/news/2020/07/ประโยชน์ของปุ๋ยมูลสัตว์ต่อการเจริญเติบโตของพืช

วิธีใส่ปุ๋ยต้นกระดาษให้เห็นผล

วิธีใส่ปุ๋ยต้นกระดาษให้เห็นผล

เพราะว่า 1 ตันที่เพิ่มขึ้น คือเงินที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกร การใส่ปุ๋ยต้นกระดาษอย่างถูกวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

ต้นกระดาษ อายุ 1-3 เดือน

ใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 ในปริมาณ 20-30 กรัม/ต้น – ไม้เล็ก ใส่ตัวหน้าสูง(N) จะทำให้ไม้สูง เจริญเติบโตดี ทรงพุ่มรัดเร็ว

เทคนิค ใส่ปุ๋ยให้ต้นกระดาษโตเท่ากัน หรือไล่เลี่ยกันทั้งแปลง

แนะนำเป็นพิเศษ เกษตรกรสามารถปรับปริมาณการใส่ปุ๋ย ตามขนาดของต้นกระดาษแต่ละต้นได้ โดยต้นกระดาษที่เล็กกว่าต้นอื่นๆ ในแปลง อาจต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากขึ้น และใส่ปริมาณปุ๋ยลดลงสำหรับต้นที่โตกว่าต้นอื่น เพื่อให้ไม้ในแปลงโตสม่ำเสมอเท่าๆ กัน น้ำหนักไม้ดีใกล้เคียงกัน และมีประโยชน์ในแง่ของการจัดการแปลงที่ง่ายขึ้นมากอีกด้วย

ต้นกระดาษ อายุ 1-2 ปี

ใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 หรือ 15-15-15 ก็ได้เช่นกัน – ไม้อายุระหว่าง 1 ถึง 2 ปี สามารถเลือกใส่ปุ๋ยได้ทั้งสองสูตร แต่หากไม้อายุมากกว่า 2 ปี ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในปริมาณ 50 กรัมต่อต้น จะทำให้ไม้ได้น้ำหนักดีขึ้น ผลผลิตต่อไร่สูง

เทคนิค พื้นที่ปลูกที่มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง
จะมีธาตุอาหารในดินลดลง เกษตรกรสามารถใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากถึง 100 กรัม/ต้น ได้เช่นกัน

เทคนิคการใส่ปุ๋ย

ไม่ควรหว่านลงบนดินทิ้งไว้เฉยๆ – ต้นไม้ไม่สามารถนำไปใช้ได้

มี 2 วิธี ที่แนะนำ คือ
1. ขุด ใส่ปุ๋ย กลบ
2. หว่านปุ๋ย ไถกลบ

แนะนำเป็นพิเศษ เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยในช่วงก่อนฝนตก เมื่อฝนตกปุ๋ยจะละลายซึมลงไปในดิน ง่ายต่อการดูดซึมและนำไปใช้ ช่วยให้ต้นกระดาษได้สารอาหารเต็มที่มากขึ้น

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ได้ไหม?

ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ได้เช่นกัน โดยใช้ปริมาณ 3-4 ตันต่อไร่ ด้วยวิธีหว่านปุ๋ยตามร่อง และไถกลบ

ใส่กากมันสำปะหลังได้ไหม?

ใส่กากมันสำปะหลัง เปลือกล้าง กากแป้ง ได้เช่นกัน ในกากแป้ง มียีสต์ และไนโตรเจนสูง สามารถใส่เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินได้

โดยใส่รองก้นหลุม 5-10 ตันต่อไร่ รองพื้นเพื่อปรับปรุงดินก่อนปลูก ใส่รองก้นหลุมและคลุกกับดินให้เข้ากันโดยใช้รถไถ สำหรับต้นกระดาษอายุ 6 เดือนขึ้นไป ให้ใส่กากมันตามแนวร่อง พร้อมกับไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชไปด้วย

แนะนำเป็นพิเศษ สำหรับเกษตรกรที่อยู่ใกล้บริเวณโรงแป้ง โรงน้ำตาล โรงเอทานอล

เกษตรกรสามารถเลือกใช้ปุ๋ยได้ตามพื้นที่ และปรับปริมาณให้เหมาะสมต่ออายุของต้นกระดาษตามคำแนะนำข้างต้น ที่สำคัญ คือ ควรคำนึงถึงความสะดวกและง่ายต่อการจัดการแปลงด้วยนะครับ

จุดเริ่มต้นของสายพันธุ์คุณภาพดี ในแปลงแม่พันธุ์ PT911

ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าต้องใช้เวลาคัดสรร เลือกเฟ้น บ่มเพาะคุณภาพ ให้ได้คุณสมบัติที่ตรงใจทุกฝ่าย วันนี้เราจะมาดูกันว่าต้นกระดาษสายพันธุ์ PT911 มีที่มาอย่างไรถึงได้มีคุณสมบัติต้องตาต้องใจเกษตรกรให้อยากได้จับจองกันไม่ขาดสาย

ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงต้นกระดาษพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า PT911 ไปบ้างแล้วพอสมควร แต่ที่ยังไม่ทราบกันก็คือ เส้นทางหรือจุดเริ่มต้นในการพัฒนาสายพันธุ์นี้นั้น กว่าจะมาเป็นต้นกระดาษที่มีคุณภาพให้ทุกคนได้ไปปลูกกันเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยครับ

แปลงแม่พันธุ์คุณภาพ

แม่พันธุ์ทุกต้นได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 100% ซึ่งได้รับการบำรุงด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุ จึงได้แม่พันธุ์ที่แข็งแรง สมบูรณ์และทนต่อโรค

  • ธาตุอาหารหลัก เป็นธาตุที่พืชต้องการมาก พบในเนื้อเยื่อพืช 0.8-4% โดยน้ำหนักแห้ง เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
  • ธาตุอาหารรอง เป็นธาตุที่พืชต้องการมาก พบในเนื้อเยื่อพืช 0.2-4% โดยน้ำหนักแห้ง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
  • จุลธาตุ เป็นธาตุที่พืชต้องการน้อย พบในเนื้อเยื่อพืชน้อยกว่า 0.02% โดยน้ำหนักแห้ง เช่น เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมงกานีส โมลิบดีนัม นิกเกิล คลอรีน โบรอน

คัดเลือกหน่อที่แข็งแรงโดยผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานคุณภาพ

ต้นกล้าต้องได้อายุครบ 6 เดือน ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสม

  1. ต้องมีความยาวของหน่อ 8-14 ซม.
  2. ลักษณะคู่ใบต้องมีจำนวน 3 คู่ใบขึ้นไป
  3. ไม่มีโรค เช่น โรคใบจุดเหลี่ยม
  4. ไม่มีแมลง (ใบจะต้องไม่มีไข่หนอน)

ต้นกล้าที่อายุครบ 6 เดือน จะให้หน่อที่มีความสมบูรณ์ สามารถตัดเอาไปเพาะพันธุ์ขยายต่อได้อย่างแข็งแรง

ทีมงานจะเริ่มตัดหน่อตั้งแต่เช้าตรู่ในทุกๆวัน จากแปลงแม่พันธุ์จำนวนมาก โดยเว้นให้มีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง ด้วยรอบตัด 4 เว้น 4 จึงทำให้ได้หน่อที่มีคุณภาพ ดูแลด้วยสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่เหมาะสมจนได้ต้นกล้าที่สมบูรณ์พร้อมส่งถึงมือเกษตรกร

PT911 แตกต่างจาก K7 อย่างไร?

PT911 vs K7

เมื่อพูดถึงต้นกระดาษ สายพันธุ์ที่มีและที่นิยมปลูกกันมากก็คงจะเป็น K7 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน แต่ ณ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่านั้น คือ PT911 และมีการอธิบายถึงสายพันธุ์ตัวนี้ไปก่อนหน้านี้บ้างแล้วนั้น เรามาดูกันครับว่า 2 สายพันธุ์นี้ แต่ละตัวมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? มีดียังไง? พื้นที่แบบไหนเหมาะกับพันธุ์อะไร?

ต้นกระดาษสายพันธุ์ PT911

สายพันธุ์ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์ PT911

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

ระยะต้นกล้า
ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน

พื้นที่ปลูก

– เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
– พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
– พื้นที่ดินนาที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
– พื้นที่ดินดาน เสี่ยงต่อการขาดน้ำ หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของความอ่อนแอต่อโรคใบติด
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบปื้นเหลือง โรคราสนิม และใบจุดบริเวณทรงพุ่มใบด้านล่าง ไม่รุนแรง

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 18-20 ตัน/ไร่

สายพันธุ์ K7

คุณลักษณะประจำพันธุ์ K7

ระยะต้นกล้า
ลำต้นแข็ง ตั้งตรง เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ข้อห่าง ใบใหญ่รูปหอกใบกว้าง ปลายใบเป็นติ่งแหลม ใบสีเขียวถึงเข้ม ขอบใบเป็นคลื่นยอดสีแดงอมชมพู และมีความนวลเล็กน้อย

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นมีร่องกิ่งชัดเจน เปลาตรงดี ผิวเปลือกเรียบ สีนวลเทา ทรงพุ่มแผ่กว่าง มีกิ่งขนาดปานกลางถึงใหญ่ ลักษณะใบใหญ่สีเขียมเข้ม ขอบใบเป็นคลื่น เรียงตัวแบบสลับ

ต้นกระดาษสายพันธุ์ K7

พื้นที่ปลูก

สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบและที่ราบต่ำ ที่มีความชื้นในดินและความชื้นในอากาศปานกลาง เนื้อดินเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย อุ้มน้ำดี หรือดินร่วนปนลูกรัง

ข้อจำกัด
– ระยะกล้าไม้ พบอาการของโรคทางใบเล็กน้อย ได้แก่ ใบจุดเหลี่ยม โรคใบจุดเหลืองดำ
– ระยะไม้ใหญ่ พบอาการของโรคใบเหลืองดำ และใบไหม้วงแหวนเล็กน้อยในช่วงฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน

ผลผลิตที่ได้

ประมาณ 13-15 ตัน/ไร่

เลือกลักษณะสายพันธุ์ให้ตรงกับพื้นที่ปลูก และศึกษาการปลูกและดูแลให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างที่ต้องการกันนะครับผม

ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 085 835 3212

ขายไม้เหมาแปลง ด้วยวิธีไหนดี?

รับซื้อไม้เหมาแปลง

ต้นกระดาษเมื่อมีการปลูก ดูแลรักษา โตได้ขนาดไม้ที่เหมาะสม สามารถตัดเอาไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ หรือขายสร้างรายได้ได้เช่นกัน สงสัยไหมครับว่าเค้ามี วิธีการและขั้นตอนในการรับซื้อกันยังไง? แล้วเราจะเลือก ขายไม้เหมาแปลง ด้วยวิธีไหนดี?

ขายไม้เหมาแปลง

ขายไม้เหมาแปลง

จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

  • ไม้เหมาแปลงแบบไร่ คือ การซื้อขายตรงกับเกษตรกรหรือเจ้าของแปลง โดยประเมินจำนวนต้นต่อไร่ เมื่อจบการประเมินแปลงแล้ว เกษตรกรจะได้รับเงินค่าไม้ทั้งหมดตามราคาประเมินที่ได้ จากนั้นทางบริษัทจึงดำเนินการเข้าตัดไม้
  • ไม้เหมาแปลงแบบตัน คือ การซื้อขายตรงกับเกษตรกรหรือเจ้าของแปลง โดยประเมินตามน้ำหนักจริงของไม้ทั้งหมดในแปลง ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกได้ว่าจะดำเนินการตัดฟันเอง หรือให้บริษัทดำเนินการให้ เมื่อตกลงซื้อขายแล้ว เกษตรกรจะได้รับเงินตามจำนวนน้ำหนักจริงของไม้ในแปลงนั้นๆ

ขั้นตอนในการรับซื้อ-ขายไม้เหมาแปลง

รับซื้อไม้เหมาไร่

  1. เกษตรกร หรือเจ้าของแปลง แจ้งความประสงค์ในการขายไม้
  2. เจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินแปลงไม้ โดยการเดินวัดพื้นที่รอบแปลงและภายในแปลง วัดเส้นรอบวง ความสูง ด้วยเครื่องมือที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน จากนั้นจึงเจรจาตกลงราคารับซื้อด้วยการประเมินจำนวนต้นต่อไร่
  3. ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการประเมินแปลงไม้ จะถูกบันทึกและผ่านการอนุมัติเหมาแปลงผ่านระบบที่เชื่อถือได้
  4. เกษตรกรได้รับเงินตามราคาไม้ที่ประเมิน
  5. ทีมงานตัดไม้มืออาชีพ เข้าตัดฟันและจัดการแปลงด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ จากนั้นบรรทุกและขนส่งไม้เข้าโรงงานตามลำดับ

รับซื้อไม้เหมาตัน

  1. เกษตรกร หรือเจ้าของแปลง แจ้งความประสงค์ในการขายไม้
  2. เจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินแปลงไม้ โดยการเดินวัดพื้นที่รอบแปลงและภายในแปลง วัดเส้นรอบวง ความสูง ด้วยเครื่องมือที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน จากนั้นจึงเจรจาตกลงราคารับซื้อ และการตัดฟัน
  3. ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการประเมินแปลงไม้ จะถูกบันทึกและผ่านการอนุมัติเหมาแปลงผ่านระบบที่เชื่อถือได้
  4. บริษัทมีทีมงานตัดไม้มืออาชีพคอยอำนวยความสะดวกให้ซึ่งสามารถเข้าตัดฟัน จัดการแปลง บรรทุก และขนส่งไม้เข้าโรงงาน ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ เกษตรกรสามารถดำเนินการตัดฟันด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน ขึ้นกับความสะดวกและข้อตกลง
  5. เกษตรกรได้รับเงินตามน้ำหนักจริงเป็นรายเที่ยว

หากเราต้องการขายไม้ของเราให้คุ้มค่า ต้องรู้หลักและเลือกวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสมกับความสะดวกและรูปแบบแปลงของเรานะครับ รู้ไว้ใช่ว่า รู้ดีกว่า ได้ประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าครับ อย่าลืมไว้ไม้ตอต่อไปเพื่อให้ได้ความคุ้มค่าที่มากกว่าด้วยนะครับ ^^

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ เนื้อไม้มาก น้ำหนักดี

PT911 ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่

หากเมื่อพูดถึงต้นกระดาษ ต้นกระดาษมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถปลูกแล้วสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย สายพันธุ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นพันธุ์ K7, K62 และ K58 ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้มีต้นกระดาษเพิ่มขึ้นอีก 1 สายพันธุ์ ที่ได้มีการพัฒนาเพื่อเกษตรกรไทย สายพันธุ์นี้มีดียังไง? เราไปทำความรู้จักกันเลยครับ

PT911 ต้นกระดาษสายพันธั์ใหม่

ต้นกระดาษสายพันธุ์ใหม่ PT911

คุณลักษณะประจำพันธุ์

  • ลักษณะกล้า ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ค่อนข้างเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น
  • เมื่อเป็นไม้ใหญ่ ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

พื้นที่ปลูก

  • เหมาะกับพื้นที่ราบหรือที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียวที่มีลูกรังปนเล็กน้อย หน้าดินลึก ความชื้นดี
  • พื้นที่ดินร่วนทราย มีน้ำซับ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 17.3%

พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม

  • พื้นที่ที่มีเนื้อดินทรายจัด และดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว
  • พื้นที่ดินดาน หน้าดินตื้น ความชื้นในดินต่ำ เสี่ยงต่อการขาดน้ำ

ก่อนลงมือปลูกต้นกระดาษหรือไม้สายพันธุ์ใดๆ ก็ตาม ควรศึกษาเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในต้นทุนที่ต่ำ และควรวางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้า 3-4 เดือน เพื่อให้สามารถเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับที่ดินได้

ต้นกระดาษ เบอร์โทร 085 835 3212

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

เริ่มต้นปลูกในปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร จากนั้นเมื่อถึงรอบตัดฟัน ให้ตัดฟันและไว้หน่อตอสองในปีที่ 5-8 และเมื่อถึงปีที่ 9 หลังจากตัดฟันไปแล้วให้แทรกปลูกระหว่างแถวเดิม ทั้งสองแนว (ปลูกสับหว่าง) จะได้ระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 1.5×3 เมตร เท่าเดิม จากนั้นในปีที่ 13 สามารถตัดฟัน และไว้หน่อต่อไปได้อีก และเมื่อถึงปีที่ 17 ก็สามารถปลูกสับหว่างได้อีกครั้ง จนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 1 ปลูกระยะ 1.5 x 3 เมตร

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

เริ่มปลูกปีแรกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร จากนั้นตัดฟันและไว้หน่อสลับแถวในปีที่ 5 เพื่อให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร (ปรับระยะ) เมื่อถึงปีที่ 9 สามารถตัดฟันตอสอง และปลูกเสริมระหว่างแถวตามแนวตอเดิม จากนั้นในปีที่ 13 หลังจากตัดฟันแล้วสามารถไว้ตอสองต่อได้ จนกระทั่งถึงปีที่ 17 จึงปลูกสับหว่างเพิ่มระหว่างแถวจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 2 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 เมตร

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร

โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตร และเว้นระยะ 4.5 เมตร ทุกๆ 2 แถว เพื่อเว้นที่ไว้ปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นตัดฟัน และไว้หน่อตอที่สองในปีที่ 5-8 และปลูกมันสำปะหลังระหว่างแถวได้เหมือนเดิม และเมื่อถึงรอบตัดฟันถัดไปในปีที่ 9 ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และปลูกเสริมต้นกระดาษแทนที่เดิมของมันสำปะหลัง จากนั้นปีที่ 13 เมื่อตัดฟันต้นกระดาษแล้วให้ไว้ตอสองต่อ และรื้อตอเก่าที่ทิ้งไว้เดิมออก เพื่อเปลี่ยนแนวมันสำปะหลัง และเมื่อถึงรอบตัดฟันในปีที่ 17 เมื่อตัดต้นกระดาษเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันสำปะหลังไปปลูกระหว่างตอ และลงต้นกระดาษแทนที่แนวมันสำปะหลังเดิม ไปจนถึงปีที่ 20

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

วิธีที่ 3 ปลูกระยะ 1.5 x 1.5 x 4.5 เมตร