พอเพียง เกษตรพอเพียง เริ่มต้นจากอะไร?

พฤศจิกายน 13, 2018 56 0 0

เศรษฐกิจ พอเพียง คือ ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้

พอเพียง พึ่งพาตนเองคืออะไร คือการที่บุคคลนั้นๆดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองตามฐานะ ตามอัตภาพ ไม่เดือดร้อนตัวเองและผู้อื่น กิน อยู่ ใช้ ประมาณอย่างประมาณตน และหากเป็นการพึ่งพาตนเองในระดับชุมชน คือชุมชนนั้นสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปัจจัยอื่น มีความสามารถผลิตสินค้าและบริการที่จำเป็นภายในชุมชนนั้นๆ พึ่งพาอาศัยกันภายในชุมชนอย่างสามัคคี

ความพอเพียง เริ่มได้ที่ระดับจิตใจของเราเอง คือ มีจิตสำนึกที่ดี ทำให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และมองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อส่วนย่อยระดับจิตใจของแต่ละบุคคลดีแล้ว ก็จะย่อมก่อให้เกิดการช่วยเหลือแบ่งปัน กลายเป็นสังคมที่เข้มแข็ง เมื่อเป็นชุมชนที่แข็งแรง ย่อมเป็นชุมชนที่มีคุณภาพ รู้จักการจัดการ การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า ยั่งยืน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างสอดคล้อง และเหมาะสมกับภูมิปัญญา จากระดับเล็กๆ ต่อยอดไปถึงด้านเศรษฐกิจ

พอเพียงด้วยการปลูกพืชไว้ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน

พอเพียงด้วยการปลูกพืชไว้ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน

พอเพียง ด้วยการปลูกไม้ผลไว้กินเอง

ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น

พอเพียงด้วยการจัดสรรพื้นที่กักเก็บน้ำ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์

จัดสรรพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ

หากอยากเริ่มต้นต้องทำอย่างไร?

เริ่มจากการตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ประหยัดในทิศทางที่ถูกต้อง ใช้เฉพาะที่จำเป็นเพื่อดำรงอยู่ได้ ไม่เดือดร้อนตนเอง ไม่พึ่งพิงเบียดเบียนเดือดร้อนผู้อื่น ทำสิ่งที่สุจริตยั่งยืน ทำมาหาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งเจตนา และการกระทำ

การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการเกษตร หรือที่เรียกว่า เกษตรพอเพียง ทำอย่างไร?

หลักใหญ่สำคัญคือ เลี้ยงตัวเองได้ มุ่งเน้นการปลูกพืชผลเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนเป็นอันดับแรก เมื่อเหลือจากกินจากใช้ จึงส่งต่อเป็นการค้า โดยขั้นตอนทั้งหมดต้องทำด้วยหลักสำคัญที่สุดคือการลดค่าใช้จ่าย

เกษตรพอเพียง เริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีอยู่
ให้เราเริ่มต้นด้วยความรู้ ความสามารถที่เรามีอยู่ แล้วค่อยๆขยายเรียนรู้ไปกับประสบการณ์ เรียนรู้ว่าสิ่งที่เราต้องการในการอุปโภคบริโภคคืออะไรบ้าง และในแต่ละฤดูกาลควรปลูกอะไร เพื่อให้เพียงพอและทันต่อความต้องการของครัวเรือน หรือใช้สิ่งที่มีอยู่ในฤดูกาลนั้นๆ สั่งสมประสบการณ์จากการลงมือทำจากสิ่งที่เรามีอยู่

มีการวางแผนการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า
เมื่อเรารู้สิ่งที่เราต้องการ และสิ่งที่เรามีอยู่ ต่อจากนั้นคือการวางแผนใช้สิ่งที่มีอยู่ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ รู้สภาพพื้นที่ สภาพดิน และความเหมาะสมในการปลูก เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติสอดคล้องกับลักษณะของพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา มีการวางแผนจัดการการใช้น้ำในพื้นที่อย่างคุ้มค่า ด้วยการแบ่งส่วนสำหรับจัดเก็บน้ำ และทิศทางการใช้น้ำในพื้นที่กับพืชแต่ละชนิด

ปลูกพืชหลายอย่างเพื่อกระจายความเสี่ยง
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีความเสี่ยงในด้านราคาและยังส่งผลเสียต่อดิน ทำให้ดินขาดธาตุอาหาร ขาดความอุดมสมบูรณ์ ทางเลือกของการอยู่รอดอย่างยั่งยืน คือการเลือกปลูกพืชหลายชนิด หนึ่งคือ เพื่อมีกินมีใช้หลากหลายประโยชน์ ครอบคลุมการเป็นอยู่ของตนเอง ตั้งแต่ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก รวมถึงพืชสมุนไพร สอง คือหากมีเหลือขายก็ยังมีพืชที่ได้ราคาดี หากพืชบางชนิดมีราคาตลาดตกต่ำ ณ ขณะนั้น สามสร้างรากฐานความยั่งยืน การปลูกพืชหลายชนิดเป็นการสร้างสมดุลต่อระบบนิเวศ สร้างความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ระยะยาว

ด้วยหลักการง่ายๆเบื้องต้นนี้ เริ่มต้นด้วยปรัชญาการมีอยู่มีกินอย่างพอเพียง รวมถึงการประยุกต์นำมาใช้ในการเกษตร เพื่อการทำเกษตรอย่างพอเพียง น้อมนำทำตามแนวพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 จะช่วยให้เราสามารถดำรงอยู่ด้วยความยั่งยืนและสุขสบาย ไม่เพียงแค่ตัวเราเอง แต่ยังรวมถึงคนรอบข้างและขยายเป็นสังคมที่มีคุณภาพในวงกว้างต่อไป

share
Leave a reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *