ซื้อขายไม้ยูคา-ต้นกระดาษ มีกี่แบบ?

ซื้อขายไม้ยูคา-ต้นกระดาษ

ต้นกล้าที่ลงปลูกไปเมื่อปีก่อน วันนี้เรียงแถวยาวอวดลำต้น สูงสง่า อีกไม่กี่ปี ก็ตัดขายได้แล้ว นี่คือความหวัง และความภาคภูมิใจ ของเราชาวเกษตรกร ก่อนจะถึงรอบตัดฟัน เรามาดูกันก่อนดีกว่า ว่าเขามีวิธี ซื้อขายไม้ยูคา และต้นกระดาษ แบบไหนกันบ้าง?

ถ้าไม้ครบอายุตัดฟัน หรือโตได้ขนาด เราจะขายไม้ของเราแบบ “เหมาแปลง” ได้เลย แต่อย่ากังวลไปว่าถ้านอกเหนือจากนั้นจะขายไม่ได้ ถ้าหากไม้เราไม่ได้อยู่ในเกณฑ์นั้น เราก็จะยังขายได้ โดยขายแบบ “เหมาล่วงหน้า” ทีนี้มาดูกันโดยสรุป ว่าการขายไม้ 2 วิธีนี้ เป็นยังไงบ้าง

ซื้อขายไม้ยูคา และต้นกระดาษ

1. แบบเหมาแปลง

สำหรับ: การซื้อขายไม้ที่โตถึงอายุตัดฟัน หรือได้ขนาดตามเกณฑ์ซื้อขายไม้ทั่วไป ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบย่อย ดังนี้

ขายไม้เหมาตัน

  • ขายไม้เหมาตัน คือ การตัดไม้ไปขาย โดยได้ค่าไม้ตามจำนวนตันที่ชั่งน้ำหนักได้ โดยที่การตัด บรรทุก และขนส่ง จะทำโดยเจ้าของแปลงเอง หรือจะตกลงพูดคุยเพื่อให้ผู้รับซื้อดำเนินการแทนก็ได้

ขายไม้เหมาไร่

  • ขายไม้เหมาไร่ คือ ขายไม้ยกไร่ โดยมีการประเมิน และตกลงราคาร่วมกัน ระหว่างผู้ซื้อ และเจ้าของแปลง และเมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อจะเป็นผู้ดำเนินการตัดฟัน บรรทุก และขนส่ง ให้ทั้งหมด

2. แบบเหมาล่วงหน้า

สำหรับ: การซื้อขายไม้ที่อายุยังไม่ถึงรอบตัดฟัน หรือไม้ที่ยังไม่ได้ขนาด โดยไม้ต้องมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

  • เราจะได้ราคาประเมินไม้ ที่ผู้ซื้อประเมินจากไม้ที่ครบอายุตัดฟัน (รวบยอดไปจนถึงช่วงอายุไม้ที่เหลือ)
  • เราไม่ต้องดูแล บริหารจัดการแปลงเอง ผู้ซื้อจะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้ หรือขึ้นอยู่กับตกลงกัน หากเจ้าของแปลงอยากดูแลเอง ก็จะได้รับรายได้เป็นค่าตอบแทน
  • เราจะได้รับคืนแปลงที่ถูกบำรุงมาแล้ว หลังจากผู้ซื้อตัดฟันเรียบร้อย เมื่อไม้ครบอายุ

ย้อนกลับมาที่แปลงไม้ของเรา ต่อให้วันนี้อายุไม้ของเราจะเป็นเท่าไร ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะเรารู้แล้วว่ามีวิธีซื้อขายไม้ที่รองรับเราได้แทบจะทุกสถานการณ์ ปลูกไป 1 ปี มีเหตุต้องใช้เงิน เราก็สามารถมีเงินใช้ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้ครบอายุไม้ หรือหากไม่มีเหตุอันใด ก็ปล่อยให้ไม้ออมเงินไว้จนครบอายุ ตามแบบฉบับของเกษตรกรที่กำลังจะก้าวเข้าสู่คำว่า มีอันจะกิน ต่อไปในอนาคตข้างหน้า

ขายไม้ล่วงหน้า 5 ข้อดีที่คาดไม่ถึง

ขายไม้ล่วงหน้า

หมายมั่นปั้นมือเอาไว้ ว่าจะปลูกต้นกระดาษไว้เป็นเงินออม เก็บเป็นเงินก้อนไว้ ได้ใช้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า แต่ยังไม่ทันไร วิกฤตก็เข้าแทรก เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว มาเร็วและอยู่ยาว เงินที่เคยมี เคยเก็บเอาไว้ ก็ร่อยหรอ จะหาหนทางสร้างเพิ่มก็ไม่ทันการณ์ ต้นกระดาษที่ปลูกทิ้งไว้ ไม่คิดว่าวันนี้จะมาช่วยบรรเทา ให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ไม้ยังไม่ถึงรอบตัด อายุไม้ยังไม่ได้ ขนาดไม้ยังไม่ถึง ขายใครก็ยังไม่ได้ แต่รู้ไหมว่าบริษัทยินดีให้เรา ขายไม้ล่วงหน้า จะได้เงินมาสู้วิกฤตก่อน

ขายไม้ล่วงหน้า

เขาไม่ได้ตัดของเราเอาไปตอนนี้เลยนะ ต้นกระดาษก็ยังอยู่กับเรา บนพื้นที่เรานั่นแหละ จนกว่าไม้จะครบอายุ ได้ขนาด เขาก็จะมาตัดของเขาเอง ระหว่างนั้นเขาก็จะมาดูแลใส่ปุ๋ยอะไรของเขาเอง ค่าไม้ที่ได้ เขาก็ประเมินจากไม้ที่ครบอายุของเรานั่นแหละ

ขายไม้ล่วงหน้า มันดีนะ ข้อดีมันเป็นแบบนี้

  • ไม่ต้องกังวลว่าต้นกระดาษจะอายุเท่าไร ขนาดเท่าไร เขารับซื้อหมด
  • เราได้เงินมาใช้ก่อน ไม่ต้องไปเป็นหนี้สินใคร
  • ช่วงอายุไม้ที่เหลือ เขาจะมีผู้เชี่ยวชาญมาดูแลแปลงให้ เราไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม
  • ได้รับการดูแลที่ได้มาตรฐานจากทางบริษัทโดยตรง ผลผลิตดีกว่าที่เราปลูกทิ้งไว้เฉยๆ แน่ๆ
  • แปลงที่เราได้หลังจากนี้ ก็จะมีธาตุอาหารจากผลพลอยได้ จากการปรุงดินดูแลแปลงที่เขาทำมา

และที่ดีที่สุดเลยรู้ไหม คือ จากเดิม เราดูแลเอง ก็มีแต่ค่าใช้จ่าย ถ้ากำลังเรายังเหลือ เราสามารถเสนอตัวช่วยดูแลแปลงตัวเองได้นะ บริษัทเขาก็จะจ้างเรานั่นแหละ ดูแลไม้ในที่ดินของเราเอง มีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง

ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตจะมาตอนไหน มีโอกาสสร้างก็รีบสร้างไว้ มีโอกาสทำก็รีบทำไว้ ถ้าไม่ได้ตัดสินใจเลือกปลูกต้นกระดาษไว้ในวันนั้น วันนี้ก็ไม่รู้จะไปพึ่งหนทางไหน ทำไว้เองสร้างไว้เอง เป็นของของเราเอง ไม่ต้องคอยรบกวนพึ่งพาคนอื่น ก็ไม่หนักใจในภายหลัง

ในวิกฤตมีโอกาส แต่โอกาสจะมากกว่า ถ้าเราเตรียมพร้อม!

ต้นกระดาษ PT911 คุณสมบัติต้องตาตรงใจ

ต้นกระดาษ PT911

“เราออกมาตัดหน่อตั้งแต่เช้าตรู่ มาทำทุกวัน ต้องให้ทัน”
“แปลงแม่พันธุ์เยอะมาก แล้วเราต้องเว้นรอบ 4 เว้น 4 ด้วย ต้องให้มันโตต่อเนื่อง ถึงจะได้หน่อคุณภาพ
“คัดเอาเฉพาะที่มีคู่ใบ 3 คู่ขึ้นไป แล้วต้องดูใบไม่ให้มีไข่หนอน โรคก็ต้องไม่มี”
“ต้นกล้าต้องอายุครบ 6 เดือน ถึงจะได้หน่อที่เอาไปเพาะพันธุ์ขยายต่อได้อย่างแข็งแรง”
เสียงจากทีมงานแปลงแม่พันธุ์ ต้นกระดาษ PT911

PT911 ถูกพัฒนาสายพันธุ์ ให้โตไวขึ้น ผลผลิตดีขึ้น ทนแล้ง ทนโรคได้ดีขึ้น ลิดกิ่งได้เอง ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว

แน่นอนว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าต้องใช้เวลาคัดสรร เลือกเฟ้น บ่มเพาะคุณภาพ ให้ได้คุณสมบัติที่ตรงใจทุกฝ่าย ตั้งแต่วันที่เริ่มวิจัย ปรับปรุงคุณสมบัติ และทดลองปลูกจริงครั้งแล้วครั้งเล่า จนวันนี้ สายพันธุ์น้องใหม่ได้พิสูจน์ให้เราเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า คุณสมบัติทั้งหมดนั้นมีครบถ้วนใน PT911 โตไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด

พาดูแปลง PT911 ที่ปลูกมาแล้ว 18 เดือน
พาดูแปลง PT911 ที่ปลูกมาแล้ว 2 ปีครึ่ง

ก่อนกล้าสายพันธุ์คุณภาพ ต้นกระดาษ PT911 จะส่งถึงมือเกษตรกร

1. แปลงแม่พันธุ์ต้องได้คุณภาพ

แม่พันธุ์ทุกต้นได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 100% ซึ่งได้รับการบำรุงด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุ จึงได้แม่พันธุ์ที่แข็งแรง สมบูรณ์และทนต่อโรค

  • ธาตุอาหารหลัก เป็นธาตุที่พืชต้องการมาก พบในเนื้อเยื่อพืช 0.8-4% โดยน้ำหนักแห้ง เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
  • ธาตุอาหารรอง เป็นธาตุที่พืชต้องการมาก พบในเนื้อเยื่อพืช 0.2-4% โดยน้ำหนักแห้ง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
  • จุลธาตุ เป็นธาตุที่พืชต้องการน้อย พบในเนื้อเยื่อพืชน้อยกว่า 0.02% โดยน้ำหนักแห้ง เช่น เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมงกานีส โมลิบดีนัม นิกเกิล คลอรีน โบรอน

2. ความใส่ใจในการตัดหน่อ

  • ต้องมีความยาวของหน่อ 8-14 ซม.
  • ลักษณะคู่ใบต้องมีจำนวน 3 คู่ใบขึ้นไป
  • ไม่มีโรค เช่น โรคใบจุดเหลี่ยม
  • ไม่มีแมลง (ใบจะต้องไม่มีไข่หนอน)
  • ต้นกล้าที่อายุครบ 6 เดือน จะให้หน่อที่มีความสมบูรณ์ สามารถตัดเอาไปเพาะพันธุ์ขยายต่อได้อย่างแข็งแรง

ทีมงานจะเริ่มตัดหน่อตั้งแต่เช้าตรู่ในทุกๆวัน จากแปลงแม่พันธุ์จำนวนมาก โดยเว้นให้มีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง ด้วยรอบตัด 4 เว้น 4 จึงทำให้ได้หน่อที่มีคุณภาพ ดูแลด้วยสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่เหมาะสมจนได้ต้นกล้าที่สมบูรณ์พร้อมส่งถึงมือเกษตรกร

3. คุณลักษณะประจำพันธุ์ต้องครบ

ระยะต้นกล้า
ลำต้นสีน้ำตาลแดง โค้งเล็กน้อย ยอดสีน้ำตาลส้ม ใบรูปหอกแคบ ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน

ระยะต้นโต (1-5 ปี)
ลำต้นเหลี่ยม โค้งงอเล็กน้อย ลอกเปลือกเป็นแถบสั้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงมีร่องใต้กิ่ง ลิดกิ่งเองได้ดี ใบรูปหอก ขอบใบเป็นคลื่น ค่อนข้างเป็นมัน ยอดสีส้มอมเขียว

ต้นกระดาษ PT911 เป็นกล้าที่ทนสภาพแล้งได้ดี เหมาะกับพื้นที่ราบและพื้นที่ราบสูง ปลูกในดินที่ระบายน้ำดีหรือพื้นที่ที่มีฝนตกน้อย ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ดินนาที่มีเนื้อดินเหนียว มีน้ำขัง ดินระบายน้ำเลว หน้าดินตื้น

เมื่อมีต้นกล้าสายพันธุ์คุณภาพอยู่ในมือ เลือกปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เกษตรกรเชื่อมั่นได้เลยว่า ผลผลิตงามๆ รออยู่ไม่ไกลแน่นอน

ไถพรวนดินไม่ถูกต้อง มีผลเสียระยะยาวที่ต้องรู้

โดยปกติเราไถพรวนดินเพื่อให้ดินมีความร่วนซุย เพื่อให้รากพืชชอนไชหาอาหารได้ดี แต่หลายครั้งมักพบว่า ไถพรวนดินก็ทำแล้ว ทำไมยังเกิดดินก้อนขนาดใหญ่ ดินล่างแน่น ทึบ แข็ง เกิดสภาพพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ ไม่เรียบเสมอ แถมยังมีวัชพืชขึ้นประปรายทั่วแปลงอีกด้วย แล้วแบบนี้ จะไถพรวนดินไปทำไม?

การไถพรวนดิน หากทำถูกต้องเหมาะสม จะเกิดประโยชน์ที่ดี นอกจากประโยชน์ที่เราทราบกันดีข้างต้นแล้ว การไถพรวนดิน ยังช่วยเรื่องวัชพืช และการไหลบ่าของน้ำอีกด้วย แต่หากไถพรวนดินไม่ถูกวิธี ก็จะพบผลเสียที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึง

ไถพรวนดินบ่อย มากเกินความจำเป็น จะเกิดอะไรขึ้น

โครงสร้างดินถูกทำลาย – ดินถูกไถพรวนจนร่วนละเอียดมากเกินไป ไม่สามารถจับตัวเป็นก้อนได้ อุ้มน้ำและถ่ายเทอากาศได้ไม่ดี ถูกชะล้างพังทลายได้ง่าย ทำให้ธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดินสูญหายไปด้วย

จุลินทรีย์ในดินต้องการอากาศที่ถ่ายเทดี เพื่อทำกิจกรรมย่อยสลาย และแปรธาตุอาหารให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้

ไถพรวนดินในระดับความลึกเดียวกัน บ่อยครั้ง เป็นเวลานาน จะเกิดอะไรขึ้น

เกิดชั้นดานไถพรวน– จากแรงกดทับของรถต่างๆ ที่ทำกิจกรรมในแปลง ทำให้ดินถูกอัดตัวแน่นทึบและแข็ง รากพืชชอนไชได้ยาก การไหลซึมของน้ำและการถ่ายเทอากาศไม่ดี พบมากในพื้นที่เนื้อดินค่อนข้างหยาบ มีทรายแป้งสูง

การไถพรวนในแนวขึ้นลง ตามทิศทางความลาดเทบนพื้นที่สูง ทำให้ทรัพยากรดินเสื่อมโทรม ส่งผลให้ผลผลิตลดลง เกิดการเสียเนื้อที่เพาะปลูก และอาจต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มมากขึ้นในฤดูปลูกถัดไป

หากไถพรวนดินได้ถูกวิธี

  1. จะช่วยควบคุมกำจัดวัชพืช ให้ค่อยๆ หมดไปจากแปลงปลูก
  2. ทำให้ดินร่วนซุย ถ่ายเทอากาศได้ดี ช่วยให้รากพืชดูดใช้ธาตุอาหาร และน้ำได้ดีขึ้น
  3. เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำบนผิวดิน ช่วยให้รักษาความชื้นในดินได้ยาวนานขึ้น
  4. ช่วยให้อินทรีย์วัตถุสลายตัวลงสู่ดิน ทำให้เกิดจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
  5. ร่องที่เกิดจากการไถพรวน จะช่วยลดความแรงของน้ำ เมื่อเกิดน้ำไหลบ่า

การไถพรวนดินถือเป็นหัวใจสำคัญของขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อปลูกพืช เพื่อให้การเตรียมดินปลูกพืชประสบความสำเร็จ จึงควรหลีกเลี่ยงวิธีไถพรวนดินที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระยะยาวตามมาทีหลังนะครับ

น้ำท่วมขังแปลง จัดการยังไง?

น้ำท่วมขัง จัดการแปลงอย่างไร

หากพี่ๆ น้องๆ พบว่าในแปลงของตัวเองมีน้ำขัง หลังจากพายุฝนที่เข้ามาหลายลูกในช่วงก่อนหน้านี้ เรามีวิธีแนะนำครับ

วิธีจัดการแปลงที่มีน้ำท่วมขัง

  1. สำรวจความลาดเอียงในแปลง และสำรวจพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เพื่อดูทางไหลของน้ำ
  2. เมื่อพบทิศทางน้ำไหล ให้ขุดชักร่องทางระบายน้ำในทิศทางนั้น เพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ในแปลง ไหลระบายออกไป
  3. หากเป็นพื้นที่แปลงขนาดใหญ่ ควรใช้รถไถช่วยขุดชักร่อง และใช้จอบช่วยในบริเวณที่เข้าถึงยาก

ทำไมเราต้องระบายน้ำออกจากแปลง

  1. รากของต้นไม้โดยส่วนใหญ่ ต้องการอากาศหายใจ หากจมอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้
  2. ต้นกระดาษ ยังแข็งแรง และเจริญเติบโตอยู่ได้ โดย 15 วันแรก จะยังมีผลต่อต้นกระดาษน้อยมาก และหากแช่ขังเกิน 45 วัน จะเริ่มมียอดแดงให้เห็น แต่หากแช่ขังมากกว่า 60 วันไปแล้ว เราไม่แนะนำ ดังนั้นการช่วยไขน้ำออกจากแปลง จึงเป็นวิธีที่ควรทำ เพื่อให้รากมีอากาศหายใจ และเจริญเติบโตต่อไปได้ครับ

วิธีป้องกัน ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้น

  1. ใช้การไถพูนโคน (ไถกลบโคน หรือสาดเข้าโคน) เมื่อเข้าฤดูที่มีฝนตกชุก จะช่วยให้น้ำระบายระหว่างร่องพูนโคนออกไปได้ แก้ไขปัญหาน้ำแช่ขังในแปลง
  2. การจัดการแปลงในลักษณะนี้ ยังให้ผลดีต่อไปถึงช่วงต้นหนาวก่อนแล้ง เนื่องจากต้นไม้จะยังได้น้ำจากร่องกลางดินที่ยังคงมีความชื้นหลงเหลืออยู่ ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

หากเรารู้จักต้นไม้ของเราดี และเตรียมรับมือป้องกัน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ครับ และหากมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ยังมีอีกหลายวิธี ที่จะช่วยแก้ไขได้เสมอครับ ขอเป็นกำลังใจให้เกษตรกรทุกท่านด้วยความจริงใจครับผม

ไม้ยูคาลิปตัส ราคา ขาย ที่อยากได้ ไม่ต้องทำเอง

ไม้ยูคาลิปตัส ราคา ขาย ที่อยากได้ ไม่ต้องทำเอง

ไม้ยูคาลิปตัส ราคา จะเข้าเกณฑ์ได้ดี ก็มีอยู่หลายปัจจัย โดยปกติแล้ว ไม้ต้นกระดาษ หรือไม้ยูคาลิปตัสจะมีเกณฑ์รับซื้อกันอยู่หลายขนาด ขนาดที่จะขายได้ราคาดี ก็ต้องมีคุณสมบัติถึงเกณฑ์ที่ได้ราคาสูง คุณสมบัติที่ว่า มีไม่กี่อย่าง เส้นรอบวงถึง ความสูงดี เปอร์เซ็นต์รอดตายสูง ก็บวกเพิ่มเข้าไปอีก

จะปลูกทิ้งไว้เฉยๆ มันก็ได้ ถ้าดินยังพอมีธาตุอาหารดีดีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ยากเลย ถ้าพื้นฐานดินเดิมไม่ได้ดี จนเราจะปลูกแล้วนอนกระดิกเท้าอยู่เฉยๆ รอมันโตด้วยตัวมันเอง แต่เชื่อเถอะครับ ปลูกทั้งที ก็เอาให้คุ้มๆ หน่อย ดูแลมันเพิ่มอีกนิด ให้มันเข้าเกณฑ์ได้ไม้ราคาสูงๆ ก็ไม่น่าจะเสียเวลาเปล่านะครับ

วิธีดูแลให้ไม้น้ำหนักดีเข้าเกณฑ์ ก็มีอยู่มากมายในแหล่งข้อมูลความรู้ต่างๆ ทั้งบทความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ตั้งแต่การเริ่มต้นปลูกให้ถูกวิธีในแต่ละฤดู การดูแลที่ควรใส่ใจในแต่ละช่วงอายุ เคล็ดลับการใส่ปุ๋ย วิธีการกำจัดวัชพืชที่แสนจะง่ายดาย การใช้เทคโนโลยีตัวช่วยพิเศษ รวมไปถึงมาตรฐานในการวัดขนาดไม้

ไม้ยูคาลิปตัส ราคา ขาย ที่อยากได้ ไม่ต้องทำเอง

ถ้าทำมาแล้วทั้งหมด สบายใจได้เลย ยังไง๊ ยังไง ก็เข้าเกณฑ์ราคาสูง รอยิ้มๆ ได้เลยครับ แต่ถ้าดินเดิมที่มีมันสุดจะขุนแล้วจริงๆ แต่ก็ยังปลูกรอดจนอายุไม้ครบได้แล้ว อันนี้ปรบมือรอไว้เลยครับ ขายได้ แล้วรอลุ้นหน่อยๆ ว่าจะบวกเพิ่มเข้าเกณฑ์ราคาดีได้กับเขาไหม

ถ้ายังไม่พอใจกับราคาไม้ ก็ไม่ต้องกลัวผิดหวัง ยังมีทางเลือกครับ ผู้รับซื้อบางเจ้าเขามีเสนอราคาเกณฑ์สูงให้ ประเมินตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เราก็รับเงินไว้ใช้ก่อน ที่เหลือก็ให้เขาจัดการให้ จะดูแลบำรุงยังไงให้ไม้มันถึงเกณฑ์ ก็เป็นหน้าที่เขา ถึงเวลาเขาเข้ามาตัดจัดการ

เราก็ได้ผลพลอยได้ไปอีกต่อ มีคนบำรุงดินไว้ คุณภาพดินก็ดีขึ้น ทิ้งหน่อให้โต รอตัดรอบถัดไปได้อีก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกง่ายๆ ที่ไม่ต้องทำเอง น่าสนใจนะครับ

วางแผนเกษียณ ด้วยต้นกระดาษ

วางแผนเกษียณด้วยต้นกระดาษ

วางแผนเกษียณ ด้วยต้นกระดาษ จากวิกฤตเศรฐกิจ และโรคระบาดสุดฮิตอย่างโควิค-19 ทำให้ผู้คนเริ่มหมดหวังกับการอยู่ในเมืองใหญ่ผู้คนแออัด เสี่ยงต่อโรคภัย และไม่สามารกินอยู่ได้อย่างปกติ การมองหาลู่ทางทำมาหากินอื่นๆ เพื่อให้ได้กลับไปยังถิ่นบ้านเกิด ก็น่าจะผุดขึ้นมาในความคิดของหลายๆ ท่าน อยู่ไม่น้อย

แต่จะทำมาหากินอะไรได้บ้าง?

การเกษตรเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการหลีกหนีจากความเสี่ยงหลายต่อหลายอย่างในเมือง ที่เกิดพิษเศรษฐกิจจากผลกระทบข้างต้น การได้อยู่ห่างไกลผู้คน ได้อยู่กับธรรมชาติ ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบ ก็ชวนให้ฝันถึงและอยากจะทำให้มันเป็นจริง

หลายท่านเห็นข้อดีของการกลับมาทำการเกษตรที่บ้านเกิด เห็นตัวอย่างของคนประสบความสำเร็จมามากมาย วาดฝันว่าตัวเองจะทำได้ดีเหมือนตัวอย่างเหล่านั้น มันทำได้ เมื่อเรามองเห็นปัจจัยที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และเลือกทำมันให้ถูกทาง

วางแผนเกษียณ ด้วยต้นกระดาษ

การเกษตรไม่ได้มีแค่ชนิดพืชที่เราจะปลูก วิธีการที่จะทำ แต่ยังมีปัจจัยแวดล้อมที่ควบคุมได้ยากอีกหลายอย่าง ทั้งสภาพพื้นที่ ดิน น้ำ อากาศ

หากอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สมบูรณ์ แห้งแล้ง ดินขาดสารอาหาร และอยากจะปลูกผักสวนครัวไว้ขาย ก็ย่อมยากที่จะได้ผลผลิตตามที่คาดหวัง เงินก้อนสุดท้ายที่เก็บมาจากการทำงานทั้งชีวิต อาจจะหายวับไปกับตา

วางแผนเกษียณ

ก่อนเริ่มต้นลงมือทำการเกษตร ควรศึกษาให้ดี ความเหมาะสมในด้านต่างๆ มีเพียงพอหรือยัง หากพึ่งเริ่มทำความรู้จักกับการเกษตร บนพื้นที่เล็กๆ ที่เราพอจะมีและหาได้ การเริ่มจากสิ่งง่ายๆ ถือเป็นการสร้างกำลังใจ และทำให้เรามั่นใจ ปูพื้นฐานไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยให้การเริ่มต้นมันง่าย ให้ได้ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง และได้เงินทุนไปต่อยอด

จากนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อ คือ ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ ค่อยๆ ศึกษาในเรื่องที่ยากขึ้น ค่อยๆ ขยับเข้าสู่สิ่งที่ต้องการทำ หรืออยากทำมากขึ้น

วางแผนเกษียณ ด้วยต้นกระดาษ

จุดเริ่มต้นที่ดี ในระยะเวลาสั้นๆ

ของคนที่ตั้งใจหันสู่การเกษตรแบบไวไว เพื่อสั่งสมประสบการณ์ และเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นครั้งใหม่ นั้นหาไม่ยาก หากมีที่ดินอยู่สักผืน และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ผืนนั้นทำการเกษตรกับพืชอื่นได้ ลองมองหาพืชที่เหมาะสมกับดินเหล่านั้น เพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นจุดตั้งต้น เริ่มสร้างชีวิตบนผืนดินที่มองดูไร้ประโยชน์ ให้เป็นพื้นที่มีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็เพิ่มพื้นที่สีเขียว ชโลมจิตใจดวงน้อยๆ ที่บอบช้ำกับการฝ่าฟันวิกฤตมาอย่างยาวนาน

ต้นกระดาษ โครงสร้างรากแข็งแรงปลูกง่าย โตไว ไม่ยุ่งยาก ปลูกได้บนนาดอน บนคันนาบนพื้นที่ทั่วไปที่สารอาหารไม่เพียงพอต่อพืชอื่น การันตีด้วยเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกทิ้งๆไว้ ไม่ต้องดูแลมาก หวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ของอนาคตการเกษียณ ได้อีกหนทางหนึ่ง

เสียงจากเกษตรกรผู้ปลูกต้นกระดาษ

ต้นกระดาษปลูกได้ในดินลูกรัง

วางแผนปลูกต้นกระดาษ ตัดฟันได้ตลอด 20 ปี

เคล็ดลับการวางแผนปลูกต้นกระดาษ ส่งลูกเรียนปริญญา 2 คน

ไม้ยูคาลิปตัส และศัตรูพืช ฉบับย่อ

ไม้ยูคาลิปตัส กับศัตรุพืช ฉบับย่อ

ไม้ยูคาลิปตัส แต่ละสายพันธ์ุ มีความทนต่อโรคได้ต่างกัน บางสายพันธุ์ทนต่อโรคเมื่ออยู่ในถิ่นฐานต้นกำเนิด แต่เมื่อมาอยู่ต่างถิ่น ความทนต่อโรคอาจจะลดน้อยลงไป ทำให้ต้องมีการปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อให้ทนต่อโรคได้มากยิ่งขึ้น

ในหน้าฝน ที่มีฝนตกชุก ความชื้นสูง อากาศเย็น เป็นสภาวะที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และแมลงศัตรูพืช จึงมักจะพบเจอการระบาดได้บ่อยขึ้น

เชื้อรา และเชื้อแบคทีเรีย จะเข้าไปทางช่องเปิดหรือบาดแผลในบริเวณส่วนต่างๆ ของพืช แมลงศัตรูพืชจะกัดกิน หรือเข้าไปวางไข่ ส่งผลให้บริเวณนั้นเสียหาย หรือทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์

ไม้ยูคาลิปตัส และศัตรูพืช

ไม้ยูคาลิปตัส ถูกคุกคามด้วยศัตรูพืช จะเกิดอะไรขึ้น

ใบ
เมื่อเป็นโรคทางใบ ใบจะเสียหาย ร่วง ทำให้มีพื้นที่ในการสังเคราะห์แสงลดลง เกิดการชะงักการเจริญเติบโต ต้นโทรม

ลำต้น
เมื่อเป็นโรคที่ลำต้น จะส่งผลต่อการลำเลียงอาหาร ต้นพืชขาดธาตุอาหารและน้ำไปเลี้ยง ทำให้ต้นแคระแกรน โครงสร้างลำต้นไม่แข็งแรง และอาจยืนต้นตายได้

ราก
เมื่อเป็นโรคที่ราก ส่งผลให้การดูดซึมธาตุอาหารของรากผิดปกติ พืชชะงักการเจริญเติบโต และยืนต้นแห้งตายเมื่อขาดน้ำและอาหาร

โรคที่เกิดจากเชื้อรา

  • โรคใบไหม้ – เนื้อเยื่อใบ เป็นแผลสีน้ำตาลหรือสีเหลือง คล้ายน้ำร้อนลวก หรือไหม้
  • โรคใบจุด – พบจุดแผลสีน้ำตาลมีขอบชัดเจน กระจายทั่วแผ่นใบ
  • โรคราสนิม – เป็นแผลจุดนูนแข็ง สีน้ำตาลเข้มกระจายทั่วผิวใบ ส่วนใหญ่พบใต้ใบ
  • โรคลำต้นแตก – เปลือกและเนื้อไม้ปริแตก เป็นแผลช้ำสีน้ำตาล และอาจมีของเหลวสีน้ำตาลเข้มคล้ายยางหนืด ไหลออกมาจากแผลแตก

โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

  • โรคใบจุดเหลี่ยม – พบขอบแผลสีน้ำตาลเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ และมีของเหลวเมือกขุ่นใต้ใบ
  • โรคเหี่ยว – ยอดเหี่ยว ใบสลด แห้ง ร่วง ต้นโทรม และยืนต้นตาย บางครั้งพบรากเน่า มีกลิ่นเหม็น
ไม้ยูคาลิปตัส และศัตรูพืช

โรคที่เกิดจากแมลงศัตรูพืช

แตน เพลี้ย
พบใบเป็นรูพรุน ใบบิด ผิดรูป
เกิดจากการวางไข่บนเนื้อเยื่ออ่อนของพืช ทำให้เกิดปุ่มปมผิดปกติ บนส่วนต่างๆของพืช

หนอนผีเสื้อ ตั๊กแตน ด้วงปีกแข็ง
พบรอยกัดกินใบ
เกิดจากแมลงที่มีปากแบบกัดกิน อาจจะกินทั้งใบ หรือกินแบบเหลือเส้นใย

หนอนผีเสื้อ
พบลักษณะใบม้วน
เกิดจากแมลงขนาดเล็ก กัดกินเนื้อเยื่อระหว่างผิวใบ

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ มวนต่างๆ
พบรอยไหม้บริเวณที่ถูกดูด
เกิดจากการดูดกินน้ำเลี้ยงของพืช ด้วยแมลงจำพวกมีปากเจาะดูด มันจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ยอดอ่อน กิ่งอ่อน

หนอนด้วง หนอนผีเสื้อ ด้วง ปลวก
พบยอดเหี่ยว แห้งตาย
เกิดจากตัวอ่อนฟักออกจากไข่ และเข้าชอนไชไปอยู่ในกิ่ง หรือลำต้น แย่งกินธาตุอาหารจากท่อลำเลียงของพืช

ด้วงดีด แมลงกระชอน ด้วงดิน ด้วงงวง ปลวก
พบพืชชะงักการเจริญเติบโต แคระแกรน หรือยืนต้นแห้งตาย
เกิดจากแมลงที่วางไข่ตามพื้นดิน กัดกิน เข้าทำลายราก และโคนราก

ไม้ยูคาลิปตัส จะรอดจาก ศัตรูพืช ได้อย่างไร

  • การกำจัดวัชพืช จะช่วยลดแหล่งอาศัยของศัตรูพืช
  • ตัดแต่งกิ่ง เพื่อเพิ่มความโปร่งของพื้นที่ แสงส่องถึง ลดการเกิดเชื้อรา
  • ตัดบริเวณที่เป็นโรคทิ้ง เพื่อลดการแพร่ระบาด
  • ระบายน้ำในแปลงไม่ให้ท่วมขัง เพื่อลดการแพร่ระบาด
  • ปรับสภาพดินด้วยปูนขาว เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย
  • ใช้กับดักเพื่อลดปริมาณตัวเต็มวัย

เอกสารอ้างอิง: RD-Plant pathology and entomology 2018

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร รวมคำตอบมาให้แล้ว

รวมคำตอบ ปลูกต้นกระดาษ

อะไรที่ทำให้คนอยากปลูกต้นกระดาษ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร ปลูกต้นกระดาษดีไหม? การปลูกต้นกระดาษ เป็นการลงทุนปลูกครั้งเดียว แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาว การปลูก 1ครั้ง จะสามารถ ไว้ได้ 2 รอบตัดฟัน (6-10 ปี) เมื่อตัดเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบแรก ต้นกระดาษจะแตกหน่อขึ้นมาใหม่ และยังให้ผลผลิตดีในรอบถัดไป ด้วยความคุ้มค่านี้ ทำให้ต้นกระดาษเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาด้านการปลูกพืชอื่นแล้วได้ผลผลิตต่ำ

ปลูก ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร ให้เป็นการเริ่มต้นที่ดี

อยากเริ่มต้นปลูกให้ดี มี 3 เรื่องหลัก ที่ต้องจัดการกับพื้นที่ คือ

วางระยะปลูก

  • การวางระยะปลูก เพื่อให้เข้าจัดการแปลงได้ง่าย แต่ยังคงให้จำนวนต้นต่อไร่สูงพร้อมกับระยะที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตที่ดีของต้นกระดาษ ข้อแนะนำคือ ระยะ 1.5×3 เมตร และวางแนวปลูก โดยวางร่อง 3 เมตร ในแนว ทิศตะวันออก-ตะวันตก จะทำให้ต้นกระดาษได้รับแสงอย่างทั่วถึงตลอดทั้งวัน

วางแผนรับมือกับฝนทิ้งช่วง

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร
  • วางแผนรับมือกับฝนทิ้งช่วง หากเป็นพื้นที่แล้งน้ำน้อย สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการจัดเก็บน้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อให้เพียงพอในหน้าแล้ง การวางร่องน้ำเป็นระยะๆ สำหรับพื้นที่มีน้ำน้อย ก็ถือเป็นการวางแผนที่ดีเพื่อรับมือกับปัญหาฝนทิ้งช่วง

วางแผนรับมือกับไฟ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร
  • วางแผนรับมือกับไฟ เหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นเหตุการณ์ที่คาดถึงได้ยาก ควรมีการวางแนวกันไฟที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว

ปลูกต้นกระดาษ ดูแลยากไหม

รดน้ำในช่วงแรก เมื่อตั้งตัวได้ปล่อยโตตามธรรมชาติ

เมื่อเริ่มปลูกรดอย่างน้อย 20 ลิตร/ต้น แต่หากปลูกไปแล้วระยะหนึ่ง ให้ดูสภาพต้นไม้ และเช็คสภาพดิน ใช้การสัมผัส ถ้าดินกำแล้วร่วนไม่ติดเป็นก้อน ควรทำการรดน้ำเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตแลตั้งตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็รดให้ดินมีความชื้น และนำดินแห้งกลบตามเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ

ความถี่ในการรด

ขึ้นอยู่กับชนิดดิน และอุณหภูมิ ดินเหนียวอาจจะเว้นระยะห่างได้มากกว่า ดินร่วนปนทราย แต่ดินทรายต้องรดค่อนข้างถี่เช่น 3 วัน รดครั้ง ครั้งละประมาณ 10-15 ลิตร จนกว่าต้นไม้จะแตกยอดใหม่

การใส่ปุ๋ย

ให้ต้นกระดาษโตเท่ากัน หรือไล่เลี่ยกันทั้งแปลง มีประโยชน์ในแง่ของการจัดการแปลงที่ง่ายขึ้น เทคนิคการใส่ปุ๋ยต้นกระดาษ

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร

ไม้โตแค่ไหน ถึงจะขายได้

โดยปกติแล้วต้นกระดาษที่มีขนาดเหมาะสม และพร้อมตัดฟัน จะมีอายุตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป แต่หากตรวจวัดแล้วพบว่ามีขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถพิจารณาตัดขายได้ วิธีวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ตามมาตรฐาน เพื่อประเมินผลผลิต

ตอ 2 ดูแลยังไง

ในระยะแรกเมื่อหน่อยังเล็ก ให้ดายวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แสงอย่างเพียงพอ และเมื่อต้นสูงพ้นวัชพืชแล้ว ให้ดายวัชพืชรอบโคนต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกแย่งธาตุอาหารในดิน เลือกไว้ตอ 2 อย่างไร

ต้นกระดาษ ปลูกอย่างไร

ตามไปดูคาวบอยต้นกระดาษ อธิบาย การไว้และดูแลต้นกระดาษตอ 2 อย่างถูกวิธี ได้ที่นี่

ต้นกระดาษ จุดเด่น ที่ไม่ได้มีแค่ความสวย

ต้นกระดาษ จุดเด่น

ต้นกระดาษ ที่เห็นวางขายทั่วไป มองผ่านโดยรวมแล้วมี จุดเด่น ที่อาจดูสวยงาม เห็นแล้วหยุดคิดสักนิด สวยแล้ว แข็งแรงพอที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งหรือเปล่า

กล้าสวย ไม่ได้แปลว่ากล้ามีคุณภาพ

ลักษณะของกล้าคุณภาพ ดูยังไง

  • ในส่วนของยอดกล้า จับตรงลำต้น จะมีลักษณะแกร่ง แข็ง ไม่อวบ
  • เทียบสัดส่วนของรากและลำต้น ต้องสมดุลกัน รากและลำต้น ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
  • ระบบรากต้องแข็งแรง กระจายทุกทิศทาง ไม่ขดม้วนตัว
ต้นกระดาษ จุดเด่น

ต้นกล้าที่เราเห็นขายกันทั่วไป มีทั้งที่เพาะจากถุงชำ และเพาะด้วยหลอดเพาะ เคยสงสัยไหม ทำไมถึงเลือกใช้ต่างกัน และวัสดุเพาะที่มีหลากหลายในท้องตลาดจริงๆ แล้วควรเลือกใช้แบบไหนกันแน่

วัสดุเพาะ

วัสดุเพาะที่นำมาใช้ในการเพาะ มีหลายชนิด เริ่มจากวัสดุทั่วไปราคาถูก หาง่าย เช่น ดิน ทราย แกลบ มะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว ไปจนถึงวัสดุเฉพาะที่มีราคาสูง เช่น เพอไลท์ เวอร์มิคูไลท์ พีทมอส ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

วัสดุที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นกระดาษ คือ อะไร

จริงๆ แล้วมีหลายชนิด แต่วัสดุที่มีคุณภาพและคุ้มราคา คือขุยมะพร้าวนั่นเอง ข้อดีของขุยมะพร้าว คือ

  • อุ้มน้ำได้ดี
  • มีความพรุน ช่วยในการเจริญเติบโตของราก
  • โครงสร้างมีความคงทน มีรูปร่างตามภาชนะ
  • ย่อยสลายได้ ไม่มีเศษตกค้างในดิน
  • ไม่เป็นพิษกับพืช

ขุยมะพร้าวไม่ได้มีแต่ข้อดี ข้อเสียก็พอมีอยู่บ้างเนื่องจากเป็นเศษวัสดุจากธรรมชาติ ทำให้อาจจะมีมด ปลวก แมลง มากัดกินได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราสามารถวางแผนป้องกันไว้ก่อนได้แน่นอน

นอกจากวัสดุเพาะ ที่เราต้องให้ความสำคัญแล้ว สิ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างราก คือ ภาชนะที่ใช้ในการเพาะ

เพาะลงถุง VS เพาะลงหลอด

ภาชนะที่ใช้ในการเพาะ ไม่เพียงแค่ขนาดที่แตกต่างกัน รูปร่างและลักษณะพิเศษต่างๆ ก็มีผลต่อการเดินของรากที่ต่างกัน

ถุง

ถุงเพาะสีดำ ส่วนใหญ่มีการเจาะช่องเป็นรูกลมๆ ด้านข้างถุง เพิ่มการระบาย แต่ถุงมีส่วนทึบด้านใต้ เมื่อรากเจริญเติบโตไปจนถึงก้นถุง รากจะตันและเดินออกมาไม่ได้ เกิดการขดตัวม้วนอยู่ในถุง

นี่คือข้อเสีย และถือเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้กล้าล้ม เมื่อนำกล้าไปลงดิน

หลอด

หลอดเพาะมีหลายแบบ และแน่นอนว่าแต่ละแบบส่งผลต่อการเจริญของโครงสร้างราก การเลือกหลอดที่มีคุณสมบัติพิเศษ จะทำให้เราได้ต้นกล้าที่มีโครงสร้างรากที่มีคุณภาพ

หลอดลักษณะพิเศษ คือหลอดที่

  • มีมุม
  • มีสัน
  • มีช่องอากาศ

หลอดลักษณะพิเศษ ช่วยรากได้อย่างไร

เมื่อรากเดินมาชนขอบหลอดเจอมุม รากที่มีการเจริญเติบโตตามแรงโน้มถ่วงของโลก ก็จะเดินดิ่งลงข้างล่างเป็นแนวตรง เช่นเดียวกันกับรากที่เดินมาเจอสัน ในระยะที่ต่างกันออกไป

ต้นกระดาษ จุดเด่น
หลอดลักษณะพิเศษ

ช่องอากาศ สำคัญยังไง

เมื่อรากเดินมาถึงช่องอากาศ รากจะหยุดการเจริญเติบโต เพื่อให้พร้อมแตกแขนงรากใหม่ โตได้ต่อเนื่องทันทีเมื่อเจอดิน ทำให้กล้าตั้งตัวได้ไว ไม่ชะงัก และโตอย่างสม่ำเสมอ

หลอดที่มีลักษณะพิเศษนี้ ช่วยให้รากกระจายทุกทิศทาง มีความสมดุลของโครงสร้างรากรอบโคนต้นกล้า รากไม่วน ขดอยู่ในหลอด หมดปัญหากล้าล้มเมื่อลงดิน อย่างสิ้นเชิง

นอกจากความสวยของต้นกล้า ที่เห็นโดดเด่นขึ้นมาจากภาชนะเพาะชำแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่เราจะขยับมองลึกลงไปข้างล่างอีกสักหน่อย ระบบโครงสร้างรากสมดุล แข็งแกร่ง พอที่จะเป็นรากฐานสำคัญ ในการพาต้นกล้าเจริญเติบโตไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ต้นกระดาษ ที่มี จุดเด่น ในด้านคุณสมบัติของรากที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่เริ่มต้นนี้ จะตอบคำถามของทุกท่านได้อย่างชัดเจนว่า ทำแล้วคุ้มค่า ที่สำคัญที่สุดคือ ลงทุนแล้วได้ผลผลิตตามความคาดหวังอย่างน่าพอใจ